xs
xsm
sm
md
lg

ฉันทามติปักกิ่ง

เผยแพร่:

ก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินแต่เรื่อง “ฉันทามติวอชิงตัน” แต่วันนี้ได้มีการพูดถึง “ฉันทามติปักกิ่ง”กันบ้างแล้ว

ฉันทามติวอชิงตัน เป็นแนวคิดชี้นำในช่วงทศวรรษ ค.ศ.1990 ให้ประเทศกำลังพัฒนาดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมตามรอยเท้าประเทศที่พัฒนาแล้ว หลักๆคือให้เป็นแบบเอกชน แบบเสรี และโปร่งใส โดยโลกทุนนิยมโดยเฉพาะคือสหรัฐฯใช้เป็นมาตรฐานวัดความถูกต้องของการดำเนินแนวนโยบายการพัฒนาประเทศของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก

ถ้าใครทำตามก็จะบอกว่ามาถูกทางแล้ว ยกย่องให้เป็นแบบอย่างประเทศกำลังพัฒนาที่ดี แต่ผลปรากฏว่า มีหลายประเทศต้องประสบกับภาวะวิกฤติอย่างหนัก เช่นอาร์เจนตินาและอินโดนีเซีย เพราะระบบการเงินสมัยใหม่และการขยายตัวอย่างฮวบฮาบของจีดีพีได้เปิดช่องให้แก่การคอรัปชั่นอย่างกว้างขวาง ขาดภูมิคุ้มกันตนเอง

มิหนำซ้ำในประเทศแม่บทเช่นสหรัฐฯก็มีกรณีอื้อฉาว คดโกงในแวดวงธุรกิจขนาดยักษ์ หาความโปร่งใสไม่ได้จริงๆ

ฉันทามติวอชิงตันจึงเป็นอัน “จอดป้าย” ไม่มีตลาด ไม่เป็นที่สนใจของประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ของโลก

ตรงกันข้าม พวกเขากลับให้ความสนใจในแบบอย่างการพัฒนาประเทศแบบจีน เห็นว่าเป็นหนทางนำไปสู่ความเจริญได้ พึ่งลำแข้งตนเองได้อย่างแท้จริง ซึ่งหมายถึงความเสมอภาคเท่าเทียมกันในทางการเมืองบนเวทีโลก ไม่ว่าประเทศนั้นจะใหญ่หรือเล็ก จะพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา

เมื่อเร็วๆนี้ Joshua Cooper Ramo นักวิจัยของศูนย์วิจัยนโยบายการต่างประเทศของอังกฤษ ซึ่งติดตามศึกษาเรื่องจีนมาโดยตลอด ได้นำเสนอบทความเชิงวิชาการ หัวข้อ “ฉันทามติปักกิ่ง” วิเคราะห์เจาะลึกถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจสังคมจีนในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เห็นว่า การพัฒนาที่กำลังดำเนินไปในประเทศจีน ไม่เพียงแต่เหมาะสมกับประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังเหมาะสมกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆอีกด้วย

ประเทศกำลังพัฒนาใดๆที่ต้องการให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ประชาชนอยู่ดีกินดี สามารถนำเอารูปแบบการพัฒนาของประเทศจีนมาปรับใช้กับตนเองได้แน่นอน

Joshua Cooper Ramo กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 การเปลี่ยนแปลงของประเทศจีนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มากมายหลายด้าน ละลานตา คณะผู้นำจีนสามารถบริหารจัดการให้การพัฒนาเปลี่ยนแปลงดำเนินไปตามแนวทางที่กำหนดได้อย่างเป็นจริง ทำให้เศรษฐกิจจีนโตหลายเท่าตัว ประชาชนจีนหลุดพ้นจากความอดอยากยากจน

ทั้งนี้ด้วยสาเหตุใหญ่ๆ 3 ประการ คือ
1. ให้ความสำคัญแก่การนวัตกรรม ด้วยการกำหนดสถานภาพใหม่ให้แก่กระบวนการนวัตกรรมใหม่ๆ ยังผลให้กระบวนการนวัตกรรมกลายเป็นตัวแปรหลักของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เป็นที่มาของพลังขับเคลื่อนพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน การนวัตกรรมกับเทคโนโลยีใหม่ๆได้แสดงบทบาทเป็นหัวหอกในการแก้ไขปัญหาต่างๆของจีนได้เป็นอย่างดี ทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะปัญหาใหม่ๆยังไม่เกิดขึ้น ก็ถูกแก้ตกไปแล้วด้วยกระบวนการนวัตกรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวล้ำหน้าปัญหา ไม่เกิดเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาแต่ประการใด

สรุปคือ ใช้การนวัตกรรมลดทอนแรงเสียดทานใดๆที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนา

2. ใช้การวัดคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นมาตรฐานชี้นำความถูกต้องในการพัฒนาประเทศ ทำให้แนวทางการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนดำเนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่สับสนวุ่นวาย ทั้งๆที่ในความเป็นจริง มีปัญหามากมายเกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนา

3. ดำเนินทุกวิถีทางในการปัดป้องอิทธิพลคุกคามของมหาอำนาจต่างชาติ ที่จะกระทำต่อประเทศจีน ซึ่งเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด สามารถสร้างแนวร่วมการพัฒนาประเทศไปทั่วโลก โดยไม่ติดอยู่ในวังวนของอิทธิพลมหาอำนาจบางกลุ่มบางประเทศ

Joshua Cooper Ramo อธิบายว่ากระบวนการนวัตกรรมที่ดำเนินไปในประเทศจีน มีความหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดแรงเหวี่ยงทรงพลังมากขึ้นทุกที ในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศจีน ด้วยการเร่งพัฒนาการศึกษา ยกระดับความรู้

อัตราความรู้คือฐานของกระบวนการนวัตกรรมใหม่ๆ การนวัตกรรมใหม่ๆกระตุ้นประสิทธิภาพการผลิตหรือผลิตภาพ ซึ่งจะทำการขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องยาวนาน

จากการปรับปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การบริหารของรัฐบาล ยกระดับความรู้ของประชาชน นำเข้าเทคโนโลยีและบุคลากรเฉพาะทางจากต่างประเทศ ทำให้ช่องว่างทางความรู้และเทคโนโลยีของจีนกับของโลกหดแคบลงเรื่อยๆ

รูปแบบการพัฒนาเช่นว่านี้ ไม่เคยมีที่ไหนในโลก ประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่ทำเช่นนี้ และเป็นแบบอย่างที่ดีของประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป

เขาสรุปว่า ณ วันนี้ จีนกำลังปรับแนวทางการพัฒนาครั้งใหญ่ ด้วยการเลือก “แมวสีเขียว”เป็นหลัก เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน รักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยความโปร่งใสอย่างแท้จริง.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...