xs
xsm
sm
md
lg

10 ที่เที่ยวสุดเก๋ตาม Bucket List เทรนด์ใหม่ของเศรษฐีมิลเลนเนียม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ของหรู ของดี ของเก๋เท่ที่สุดตอนนี้ เห็นทีจะไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้อีกต่อไปแล้ว เพราะคนจำนวนมากหันมาให้ค่าความทรงจำและประสบการณ์ที่ดีมากกว่าของแพงๆ เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำของโลก LVMH ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมกลุ่มเบลมอนด์ เจ้าของโรงแรมหรูหราที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก จัดเป็นการคอนเฟิร์มความแรงของ 'Experience Economy' เน้นความสุขจากประสบการณ์ใหม่ๆ และแน่นอนว่า สถานที่เที่ยวก็ควรต้องน่าตื่นเต้นมีเรื่องราว มากไปกว่าการเป็นเพียงเมืองใหญ่ๆ ที่ใครๆ ก็ไปกัน

เราเลยขอจับสถานที่และเทรนด์เก๋กู้ด 10 อันดับที่ควรอยู่ในลิสต์ "ชาตินี้ต้องไปให้ได้" ของคนเก๋ไก๋หลายๆ คน จากประสบการณ์ของ ohhappybear มาฝากกัน



1. พนมเปญ กัมพูชา : ทั่วเอเชีย คงไม่มีเมืองหลวงไหนจะอินเทรนด์ไปกว่าพนมเปญ หลังจากเป็นเงาของเมืองเก่าอย่างเสียมราฐมานาน พนมเปญกำลังเป็นที่จับตามองในฐานะเมือง 'it' ที่กำลังพัฒนาแบบก้าวกระโดด นอกจากซีนร้านอาหาร ร้านกาแฟเก๋ๆ ที่ห้ามพลาดแล้ว ขอแนะนำให้ไปเที่ยวดูสถาปัตยกรรมที่ยังพอมีหลงเหลืออยู่ ของสถาปนิกเขมรที่ชื่อว่า Vann Molyvann ที่ได้ออกแบบอาคารมากมายของรัฐบาล วางผังเมือง และออกแบบบ้านเรือนในสมัยยุคทองของเขมร ก่อนที่จะเจอกับสงครามกลางเมืองของเขมรแดง


2. Cliffs of Moher, Ireland : หากความฝันของคุณคือการนำใบหน้าไปปะทะกับลมเย็นๆ ของมหาสมุทรแอตแลนติก แนะนำให้ไปเดินเล่นที่หน้าผาสูงสวยขาดใจที่ Cliffs of Moher ทางมุมตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไอร์แลนด์ ความงามราวกับภาพวาดของหน้าผาแห่งนี้เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้ ส่วนที่สูงที่สุดของหน้าผาที่ทอดยาว 14 กม. คือประมาณ 214 เมตร ควรที่จะใช้เวลาเดินเล่นชมธรรมชาติได้ แล้วหากเหนื่อยก็หลบเข้าไปพักที่ Visitor Centre ที่ออกแบบให้เป็นเหมือนหน้าผา ไม่มีการสร้างตึกให้บดบังความงามของธรรมชาติเลย


3. Lisbon, Portugal : ลิสบอน หรือลิสบัว เป็นเมืองที่คนชอบอ่านประวัติศาสตร์ต้องกรี๊ดสลบ เพราะมีเรื่องราวมากมายสามารถเดินเที่ยวได้แบบไม่เบื่อ เมืองนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ท่าเรือของเมืองที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Belem Tower คือท่าเรือที่นักเดินเรือโปรตุเกสใช้เป็นจุดออกเดินทางข้ามมหาสมุทรเพื่อแข่งกันล่าอาณานิคมเมื่อศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันส่วนเมืองเก่าของลิสบอนยังมีความขลังมลังเมลืองแบบบรรยายไม่ถูก ความเก่าคร่ำครึของที่นี่แผ่ความสวยงามแบบไม่มีที่ไหนเหมือนมาแล้วเหมือนเดินย้อนกลับไปในโลกอดีต


4. วังยะหริ่ง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี : เมืองไทยเที่ยวอย่างไรก็ไม่หมด โดยเฉพาะ คนที่ต้องการใช้เวลาแกะรอยเรื่องราวต่างๆ ของท้องถิ่นที่ก่อให้เกิดวัฒนธรรมอันมากมาย อย่าง ยะหริ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองของปัตตานีไปทางใต้ประมาณ 15 กม. ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่นี่มีวังยะหริ่ง ที่สร้างขึ้นโดย พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดีศรีสุรสงคราม เจ้าประเทศราชเมืองยะหริ่งอันดับที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2428 ปัจจุบันวังแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของลูกหลาน ที่ยินดีเปิดบ้านให้ผู้ที่สนใจเข้ามาชมความงามของวังไม้และลายฉลุ รวมทั้งบันใดโค้งอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวังแห่งนี้

5. อุทยานธรณีสตูล : ทะเลสวย มีเรื่องราว แถมเพิ่งได้รับการจัดให้เป็นอุทยานธรณีโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) อีกด้วย จังหวัดสตูล ซึ่งตั้งอยู่เกือบจะสุดปลายด้ามขวาน ทั้งพื้นที่บนบกและทะเล รวมพื้นที่เกือบ 2,600 ตร.กม. เป็นพื้นที่ที่มีอายุยาวนานกว่า 500 ล้านปีก่อนยุคไดโนเสาร์เสียอีก ครอบคลุมเนื้อที่ 4 อำเภอ และแหล่งธรณีวิทยากว่า 30 แห่ง รวมทั้งเกาะเขาใหญ่ ปราสาทหินพันยอด หมู่เกาะตะรุเตา และพื้นที่ อ.ละงู อ.ทุ่งหว้า และบางส่วนของ อ.เมือง ทำให้จังหวัดนี้เป็นที่ที่ต้องมาให้ได้สำหรับคนรักธรรมชาติ


6. อุทยานแห่งชาติ Udawalawe ประเทศศรีลังกา : พื้นที่อนุรักษ์และสงวนสัตว์ป่าที่ต้องถูกย้ายถิ่นฐานจากการสร้างเขื่อน Udawalawe เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติที่อยู่ห่างจากกรุงโคลอมโบ เมืองหลวงลงมาทางใต้ประมาณ 100 กม.นี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สำหรับคนที่ชอบล่องไพรแบบดงดิบ ส่องสัตว์นานาชนิดแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะ ช้าง ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์


7. Belfast, Northern Ireland : คนที่ชอบเที่ยวแบบ off the beaten track แต่ก็ยังอยากไปยุโรป และเป็นคนชอบเจอเรื่องแปลกใหม่ ขอแนะนำเมือง Belfast เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ เพราะเมืองนี้มียุครุ่งเรืองในช่วงของพระนางเจ้าวิกตอเรีย กษัตริย์ที่ครองอังกฤษช่วงที่เฟื่องฟูสุดขีด จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเมืองเบลฟาสต์ถึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสวยงาม นี่ขนาดว่าตึกรามบ้านช่องที่สวยงามมากมายได้ถูกทำลายไปในช่วงที่เกิดสงครามกลางเมืองบ้างแล้ว แต่ก็ยังพอเหลือเค้าโครงความสวยที่หาดูที่ไหนไม่ได้ โดยเฉพาะ โอเปราเฮาส์ และผับยุควิกตอเรียนรุ่นออริจินัล ที่หลงเหลืออยู่เพียงที่นี่แห่งเดียวของโลก


8. Oregon Coast, USA : หากอยากไปเที่ยวแบบไม่เจอคนเอเชีย คือไปแล้วได้เจอคนท้องถิ่นจริงจังบ้าง ขอแนะนำพื้นที่ชายฝั่งทะเลของรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ตรงนี้เป็นพื้นที่แห่งความหลังของคนเขียน เพราะไปเรียนหนังสือที่รัฐนี้ (เมือง Eugene, Oregon) แล้วมักขับรถออกมาเที่ยวช่วงวันหยุด มาที่นี่ลมฝนจะอื้ออึงมาก เพราะขึ้นชื่อเรื่องป่าสนที่มีอยู่ทึบ ฝนตกบ่อย แต่สำหรับเรา ที่นี่สวยมาก ธรรมชาติดิบๆ ไม่มีอะไรเจือปน แนะนำให้แวะโรงงานชีสที่เมืองทิลลามุก กินข้าวเที่ยงเป็นแซนวิชกริลชีสกับซุป แล้วขับรถเลียบชายฝั่งทะเลที่สวยสุดใจไปเรื่อยๆ แวะพักที่ B&B แบบเนิบๆ ถือเป็นการพักผ่อนอย่างจริงจังทริปหนึ่ง

9. Tasmania, Australia : เกาะทางตอนใต้ของออสเตรเลีย สามารถขับรถเที่ยวได้เอง มีป่าเขา มีภูมิศาสตร์ที่น่าสนใจ และมี Southern Light ที่สวยงามไม่แพ้กับแสงเหนือเลยทีเดียว

10. Chilean National Park, Patagonia : นี่คือสุดยอดแห่งสถานที่ที่อยากไปมากที่สุด เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่อยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ เข้าได้ทั้งทางประเทศชิลีและอาร์เจนตินา ว่ากันว่าแม้ฤดูหนาวภูมิภาคนี้จะมียอดหิมะภูเขา แต่ฤดูร้อนธรรมชาติมีสีสันกว่า เดินป่าง่ายกว่า ไว้ได้ไปแล้วจะมาแชร์เลยค่ะ

OHHAPPYBEAR - สิรินทร์ วงศ์พานิช (โอ๋) ผันตัวจากผู้สื่อข่าวสายการเงิน มาเขียนเรื่องท่องเที่ยวและอาหาร เมื่อหนังสือพิมพ์ฉบับที่ตนทำงานอยู่นั้นขาดคนพอดี ohhappybear.com เริ่มจากการเป็นงานอดิเรกที่รัก ปัจจุบันเป็นบล็อกเกอร์ด้านอาหารและท่องเที่ยวที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของไทย ล่าสุดเว็บไซต์ Culture Trip จัดให้ ohhappybear.com เป็นหนึ่งในบล็อกที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกของประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...