xs
xsm
sm
md
lg

Ladyford เนรมิตให้สาวๆ ดูดีในแบบที่เป็น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


>>หากกล่าวถึงซาลอนระดับท็อปในเมืองไทยชั่วโมงนี้ น้อยคนนักไม่รู้จักร้าน Ladyford
(เลดี้ฟอร์ด) ที่เกิดขึ้นจากลูกค้าหนุ่มๆ ที่ประทับใจในบริการบาร์เบอร์ไฮเอนด์ “บาร์เบอร์ฟอร์ด” (Barberford) และเรียกร้องอยากให้มีร้านซาลอนในมาตรฐานเดียวกันสำหรับสาวๆ บ้าง โดยงาน Open House ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้สาวที่รักความสวยความงามและใส่ใจเรื่องเส้นผม ได้แก่ ศรินญา มหาดำรงค์กุล, ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา, พัฒนียา อุชชิน, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ณัฐฏ์ประภา ชุณหะวัณ, จิราภา ลักษณวิศิษฏ์, นันทินี อัมระนันทน์ และวิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล เข้าร่วมงาน และให้ความสนใจเข้ารับบริการจากช่างมืออาชีพที่คอยแนะนำ สร้างความประทับใจให้กับสาวๆ ที่มาร่วมงานในครั้งนี้

ชาร์ลส์ สิริ ผู้ก่อตั้งร้าน Ladyford เล่าถึงร้านที่ปลุกปั้นขึ้นด้วยความรักว่า “ทำเพราะใจรักด้านศิลปะ ความสวยงาม แรงบันดาลใจในการเปิด Ladyford นั้น เป็นเพราะอยากเห็นคนใส่ใจในลุคของตัวเอง เพราะจากแนวโน้ม Casualization of Society ทุกวันนี้ คนทั่วไปปล่อยตัวกันเยอะ หลายคนใส่ใจดูแลรถยนต์ บ้าน กระเป๋า ใส่ใจอาหารการกิน ออกกำลังกาย แต่กลับลืมเรื่องสุขภาพผมตัวเองจึงอยากให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง หันมาใส่ใจดูแลลุคตัวเองและดูแลสุขภาพผมด้วย”

ด้วยแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม คุณชาร์ลส์ได้วางคอนเซ็ปต์และตกแต่งร้านไว้อย่างชัดเจนสุดเนี๊ยบ “ผมมองภาพและคิดคอนเซ็ปต์ไว้ตั้งแต่แรกเลยว่า ต้องโล่งโปร่งสบาย ไม่อึดอัด โมเดิร์น และเน้นสไตล์สแกนดิเนเวี่ยน ซึ่งจะสอดรับกับแนวความคิดเรื่องทรงผมของเรา คือ ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องทันสมัยสุดโต่ง แต่ทุกคนที่มาทำผมที่นี่จะต้องดูดี สุขภาพผมดี การออกแบบก็เน้นน้อยชิ้นแต่ครบฟังก์ชั่น ไม่รกรุงรังหนักสายตาลูกค้า” นอกกจากนี้ ยังใส่ใจไปถึงเรื่องแสง ”บรรยากาศการวางระบบแสงยังเน้นเรื่องความถูกต้องของสเปกตรั้ม เพื่อผลของการทำสีผมให้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ ในร้านยังแบ่งโซนให้ทั้งวีไอพี หรือมีห้องทำสีที่มีการควบคุมเรื่องอากาศไหลเวียนไม่ให้อึดอัดกับกลิ่นเคมีอีกด้วย”

เมื่อถามถึงสโลแกนของร้านใหม่นี้ ผู้บริหารคนดังบอกว่า “เราตั้งสโลแกนไว้ว่า Ladyford : The Art of Being Unique ซึ่งสะท้อนถึงหัวใจสำคัญของร้าน และทีมช่างมืออาชีพของเรา คือ เราทุกคนมองการทำผมหรือออกแบบทรงผมให้ลูกค้าว่า เป็นศิลปะที่จะทำให้ลูกค้าทุกคนสวยด้วยตัวของตัวเองคือ ไม่ต้องไปตามคนอื่นแล้วถึงจะสวย แต่สวยมั่นในแบบของตัวเอง มีเอกลักษณ์ของตนเองจะดีที่สุด”

คุณชาร์ลส์ เล่าต่อไปว่า ลูกค้าที่สนใจดูแลทรงผมและสุขภาพผม เมื่อมาที่นี่ จะได้รับบริการที่หลากหลายครบวงจร “เราพร้อมให้บริการตัดผม ทำสีผมด้วยเทคนิคชั้นสูง ดัดผม ทำทรีตเมนต์ จัดเซ็ตผมออกงาน ช่างผู้เชี่ยวชาญของเราล้วนมีประสบการณ์ยาวนาน เฉลี่ยเกินกว่าสิบปีทั้งสิ้น และมีประสบการณ์ทำสีผมลูกค้าเซเลบริตี้ของเมืองไทย หรือกลุ่มเอลิสต์มามากมาย ซึ่งนับตั้งแต่เปิดให้บริการมา เรามีโอกาสต้อนรับลูกค้าหลายวัยไล่ไปตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ

ถึงแม้ลูกค้าของร้านส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มระดับบน ที่มีความพิถีพิถันในการดูแลตัวเองมาใช้บริการ แต่ราคาการให้บริการก็สมเหตุสมผล “เราไม่ได้ชาร์จเกินไป จะเป็นไปตามคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ คือ เรามีให้เลือกตามงบประมาณของลูกค้า มีทั้งระดับกลางไปจนถึงระดับคุณภาพเอบวก สำหรับความตั้งใจในการดำเนินงานของเรา เราตระหนักเสมอว่าจะทำให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน ดูแลลูกค้าทุกคน เป็นคนพิเศษสุดของเรา ส่วนจะมีการขยายสาขาหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรืองของอนาคต”

คุณชาร์ลส์ เผยด้วยว่าได้วาง Position ของร้านไว้ในระดับบีบวกไปจนถึงเอ “แต่อย่างไรก็ตาม เราให้อิสระลูกค้าในการตัดสินใจรับบริการ เรามีออปชั่นให้ลูกค้าเลือกตามความเหมาะสมของงบประมาณ และที่สำคัญ ในโอกาสฉลองเปิดการให้บริการนี้ เรายังมีโปรโมชั่นมอบส่วนลดสูงสุด 30% ไปจนถึงสิ้นปีนี้ด้วย”

เมื่อถามถึงการสร้างสรรค์บริการสำหรับคนรักดูแลตนเองและทรงผม จนเป็นที่กล่าวถึงแบบปากต่อปากถึงความโดดเด่นของร้านซึ่งนั่นคือ การเอาใจใส่ลูกค้าลูกค้าทุกคน “ทุกคนที่มารับบริการจะต้องได้รับการดูแลดีที่สุด เกินกว่าที่คาดหวัง ช่างทุกคนมีความตั้งใจในการออกแบบทรงผม ดัดผม หรือสีผม ให้เหมาะกับรูปหน้าและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละคน ในบรรยากาศที่สบายๆ เป็นกันเอง ไม่วุ่นวายหรือคนพลุกพล่าน แบบในศูนย์การค้าใหญ่ๆ ที่มีลูกค้าเยอะๆ จนดูวุ่นวายเพราะลูกค้าของเราชอบบรรยากาศที่ออกจะเป็นส่วนตัว ที่สำคัญเราใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างที่ซาลอนชั้นนำของโลกใช้กัน”

ในการคัดสรรผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ลูกค้ามั่นใจและชื่นชอบมาใช้บริการ “เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ โดยนำเข้าจากเยอรมนี และสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น อุปกรณ์ก็ใช้อย่างดีที่เลือกสรรมาแล้วว่าเหมาะกับกลุ่มลูกค้า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ในเกรดซาลอนระดับโลกใช้กันครับ”

แม้ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม แต่เรื่องราคาการให้บริการไม่ได้เกินเอื้อม “ร้านเราคิดค่าบริการ ตัดผมเริ่มที่ 1,100 บาท ทำสี เริ่มต้น 2,000 กว่าๆ ขึ้นไป ขึ้นกับความยากง่าย และความต้องการของลูกค้า ส่วนทรีตเมนต์ก็มีหลายระดับราคา ตั้งแต่ไม่ถึงพันบาทสำหรับการทำแบบย่อๆ แต่ได้ผลดี ไปจนถึงทรีตเมนต์ที่จะบำบัดรักษาผมที่เสียแตก ฟูฟ่อง จัดทรงไม่ไปให้ฟื้นกลับมามีเสน่ห์อีกครั้ง”

ในฐานะคนรักธุรกิจซาลอน และมองการออกแบบทรงผมเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คุณชาร์ลส์
ชี้ว่า การพิถีพิถันให้ความสนใจดูแลทรงผมของสาวๆ แต่ละคนสำคัญอย่างยิ่ง การพิถีพิถันเรื่อง ทรงผมและสุขภาพผมเป็นเรื่องใหญ่ของคนรักสวยรักงาม ทรงผมเป็นสิ่งแรกที่คนทั่วไปจะมองและสรุปว่าคนๆ นั้น เป็นอย่างไร สังเกตไหมเวลาเจอกัน คนเราจะมองใบหน้า และทรงผมของอีกฝ่ายก่อนเสมอ ก่อนจะมองเครื่องแต่งกายด้วยซ้ำ

“การมีสุขภาพผมดี บ่งบอกได้ว่าคนๆ นั้น มีสุขภาพกาย ใจ ดีขนาดไหน และเอาใจใส่ตัวเองขนาดไหน สะท้อนไปถึงวิถีชีวิตคนๆ นั้น หากดูแลตัวเองดี ก็จะดูแลครอบครัว คนรอบข้าง สังคมดีเช่นกัน ต่อให้คนเราแต่งหน้าดีขนาดไหน แต่งตัวทันสมัยขนาดไหน แต่ทรงผมไม่ไปกันกับการแต่งตัว ก็ทำลายสิ่งที่พยามทำมาทั้งหมด เพราะเป็นสิ่งแรกๆ ที่คนจะมองและตัดสินว่าคนๆ นั้น ดูดี หรือดูไม่ดี”

คุณชาร์ลส์เล่าถึงหลักในการให้คำปรึกษาและขั้นตอนการออกแบบทรงผมให้ฟังว่า “ช่างจะคุยกับลูกค้าก่อนว่า อยากได้อะไร ในใจคิดอะไรอยู่เรื่องผม และค่อยประเมินว่าทรงผมกับใบหน้าและสีผมที่อยากได้ไปด้วยกันได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็ต้องอธิบายให้ฟังว่า แบบที่อยากได้เหมือนดาราคนนั้นคนนี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งดีที่สุดสำหรับลูกค้า สู้เรามาพัฒนาสิ่งที่เรามีให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมจะดีกว่า เหมาะกว่าผลลัพธ์ก็จะออกมาสวยในแบบของเราไม่ต้องไปตามใครมากนัก แต่ยังเกาะเทรนด์แล้วขัดแต่งของที่เรามีให้สวยจะดีกว่าครับ”

แม้จะเปิดร้านมาไม่นาน แต่ก็มีเรื่องราวประทับใจเกิดขึ้นอยู่เสมอ “ลูกค้าที่มาปรึกษาการออกแบบทรงผม มีทั้งซุปตาร์ชื่อดังของเมืองไทย เซเลบริตี้ และคนทั่วไป แต่เราประทับใจทุกคน เพราะลูกค้าที่มาใช้บริการแล้วเขาถูกใจ ชอบ ก็แนะนำเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาใช้บริการที่ร้านด้วย หลายคนที่เป็นผู้ชายเป็นลูกค้าร้านบาร์เบอร์ฟอร์ดก็แนะนำให้แฟนมาทำที่เลดี้ฟอร์ดด้วยครับ”

เมื่อถามประโยคเด็ดทิ้งท้าย อะไรคือเหตุผลที่ สาวๆ ต้องมาทำผมที่ร้านนี้ คุณชาร์ลส์ตอบสั้นๆ กระชับว่า ”เพราะร้านเราเอาใจใส่ลูกค้า และทำในสิ่งที่เหมาะสมกับบุคลิกของลูกค้า เพื่อเสริมเอกลักษณ์ของลูกค้าให้โดดเด่นยิ่งขึ้นในราคาที่สมกับคุณภาพครับ”

ร้าน Ladyford อยู่ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอราวัณ กรุงเทพฯ สี่แยกราชประสงค์ เปิดบริการ
ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. โทรศัพท์ 093 193 6999 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่
IG: ladyfordhairbkk











กำลังโหลดความคิดเห็น...