xs
xsm
sm
md
lg

GPSC เพิ่มพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเกิน 50% ใน 8 ปี สู่เป้า Net Zero ปี 2060

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



GPSC ลุยเพิ่มพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2060 ผ่านกลยุทธ์ 4S วางเป้าพอร์ตพลังงานหมุนเวียนให้ได้มากกว่า 50% ของกำลังการผลิตในปี 2030 ยกเลิกการลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน เสาะหาเทคโนโลยีเพื่อดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ประโยชน์ ควบคู่กับการขายคาร์บอนเครดิตก้าวสู่องค์กรพลังงานยั่งยืน

นายจารุวัฒน์ สิงห์สมดี ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสบริหารบริษัทในเครือและโครงการลงทุน รักษาการผู้จัดการส่วนนโยบายความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) เปิดเผยว่า GPSC ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมุ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกลยุทธ์ความยั่งยืน โดยวางเป้าหมายที่จะก้าวสู่องค์กรความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emissions) ในปี ค.ศ. 2060 ร่วมกับกลุ่ม ปตท. และสอดรับกับนโยบายประเทศผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก หรือ 4S ที่จะขับเคลื่อนให้ GPSC ก้าวสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมพลังงานเพื่อความยั่งยืนระดับโลก

สำหรับกลยุทธ์ 4S ประกอบด้วย S1: Strengthen and Expand the Core การสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมขยายการให้บริการในธุรกิจหลัก ที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต S2: Scale-up Green Energy การเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด S3: S-Curve & Batteries การพัฒนานวัตกรรมพลังงานและธุรกิจแห่งอนาคต S4: Shift to Customer-centric Solutions บริการโซลูชันเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งในด้านการผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภค โดยใช้นวัตกรรมพลังงานทั้งโรงไฟฟ้าหลักและโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก

“กลยุทธ์ 4S จะนำไปสู่โจทย์ Net-Zero โดยค่อยๆ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์ S1 เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าให้มากขึ้น และไม่ลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ ส่วนกลยุทธ์ S2 เรามุ่งเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้ได้มากกว่า 50% ในปี ค.ศ. 2030 กลยุทธ์ S3 เรายังคงมองหานวัตกรรมใหม่ๆ เช่น แบตเตอรี่ที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และสำหรับกลยุทธ์ S4 เราให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า มุ่งเน้นการบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร โดยเฉพาะการใช้นวัตกรรมพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าแต่ละราย” นายจารุวัฒน์กล่าว


แม้ว่าทิศทางการพัฒนาธุรกิจของ GPSC จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่ด้วยประสิทธิภาพของการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำยังคงต้องพึ่งพิงพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ดังนั้น จึงต้องมุ่งหาเทคโนโลยีใหม่ที่จะมาช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ และนำไปกักเก็บ หรือการนำคาร์บอนฯ ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ (Carbon Capture Utilization and Storage: CCUS) รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำก๊าซไฮโดรเจนเข้ามาเป็นส่วนผสมในตัวเชื้อเพลิง เพื่อทำการเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ลดการเกิดคาร์บอนฯ ขณะเดียวกัน คาร์บอนฯ ที่สามารถลดได้จะนำไปสู่การซื้อขายในตลาด (Carbon Credit) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ GPSC กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net-Zero

“ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานหลักยังคงมีความจำเป็นในการพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ในประเทศ แต่การมุ่งสู่การขยายพอร์ตพลังงานสะอาดจะช่วยเพิ่มการกระจายการใช้เชื้อเพลิงเพื่อให้สัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง เพราะวันนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ Low Carbon ควบคู่กับเสถียรภาพในการจ่ายพลังงาน แต่ในฐานะบริษัทพลังงานจึงต้องพยายามหาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการพัฒนาแบตเตอรี่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานหมุนเวียน การหาเทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในขณะนี้ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่โลกกำลังมุ่งสู่เทรนด์พลังงานสะอาด” นายจารุวัฒน์กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น