xs
xsm
sm
md
lg

ไทยพร้อมจัดประชุมเอเปกด้านท่องเที่่ยว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รมว.กก.แถลงประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกท่องเที่ยว 2565 วันที่ 14-20 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวของ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปก คาดมีผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จาก 21 เขตเศรษฐกิจกว่า 300 คน

วันนี้ (5 สิงหาคม 2565) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกด้านการท่องเที่ยว พ.ศ. 2565 ของประเทศไทย โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เผยประเทศไทยมุ่งชูประเด็น “Regenerative Tourism : การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน” เพื่อเป็นแนวทางในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ประเทศไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปกและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 14-20 สิงหาคม 2565 ณ กรุงเทพมหานคร ในรูปแบบ “Low Carbon” ภายใต้แนวคิด Regenerative Tourism : การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวของ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จาก 21 เขตเศรษฐกิจกว่า 300 คน

Regenerative Tourism : การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน เป็นแนวคิดที่เน้นการจัดการการท่องเที่ยวแบบองค์รวม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแหล่งท่องเที่ยวในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และวิถีชุมชน ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการฟื้นฟูทรัพยากรที่เสื่อมโทรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น การปรับสมดุลจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับ😪🥰ท่องเที่ยว ให้ความสำคัญต่อคุณภาพของการท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว สนับสนุนให้คนท้องถิ่นมีส่วนร่วมและได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รู้จักรักและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยนำเอาแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) ภูมิปัญญาท้องถิ่น นวัตกรรม ดิจิทัล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ มาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้การท่องเที่ยวนำไปสู่ความยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกภาคส่วนในทุกมิติ


ในการประชุมครั้งนี้ ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ประเทศไทยจะผลักดันให้เกิดขึ้น ได้แก่ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้มีอนาคตที่ดีกว่าเดิม ทั้งนี้ ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเสนอแนวคิด คือ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดนโยบายด้านการท่องเที่ยวที่ต่อยอดมาจากแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) เพื่อจะช่วยฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ดูแลรักษาทรัพยากรในแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม เกิดการกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคในการฟื้นการท่องเที่ยวจากวิกฤตการณ์ โควิด-19 ให้คืนกลับมา และบรรลุเป้าหมายของการท่องเที่ยวที่นำทรัพยากรมาใช้แล้วช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นกว่าเดิม สังคม วัฒนธรรม มีความคิดสร้างสรรค์ มีคุณค่ามากขึ้น เศรษฐกิจที่เน้นให้คนท้องถิ่นมีอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สอดคล้องเชื่อมโยงกับ หัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปกปีนี้ของไทย คือ “Open. Connect. Balance.” หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล”

นอกจากการประชุมระดับรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปดและคณะทำงาน ยังมีกิจกรรมคู่ขนาน ได้แก่ การจัดสัมมนาวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “Co–Creating Regenerative Tourism” กิจกรรมทัศนศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวตลาดน้อย ย่านเจริญกรุง และ สามพรานโมเดล จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชน และสามารถเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดหลักของการประชุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กล่าวเชิญชวนให้ขขขขขจไทยทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมด้วยไมตรีจิตอันอบอุ่น เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจากนานาประเทศ และได้เน้นย้ำให้คนไทยร่วมกันสนับสนุนแนวคิด “การท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน” ร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรในแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าตลอดไป








กำลังโหลดความคิดเห็น