xs
xsm
sm
md
lg

“จุรินทร์”สั่งสำรวจโอกาสสินค้าไทยขายจีนแทนไต้หวัน พร้อมจัด OBM ทันที 24-25 ส.ค.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“จุรินทร์”ทันควัน สั่งการทูตพาณิชย์ในจีน เร่งสำรวจโอกาสสินค้าไทยในตลาดจีน เพื่อทดแทนสินค้าไต้หวัน พบอาหาร-เครื่องดื่ม มีโอกาสส่ง เตรียมจัดเจรจาธุรกิจออนไลน์ทันที 24-25 ส.ค.นี้ มีผู้ส่งออกไทยตอบรับแล้ว 150 ราย ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากจีน ฮ่องกง 200 รายเข้าร่วม มั่นใจช่วยดันส่งออกได้เพิ่มขึ้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีสถานการณ์ที่จีนสั่งห้ามนำเข้าสินค้าบางรายการจากไต้หวัน ว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ของไทยที่ประจำอยู่ในจีน ทำการสำรวจว่ามีรายการสินค้าในหมวดไหนบ้าง ที่ไทยสามารถส่งสินค้าไปยังจีน เพื่อชดเชยสินค้าไต้หวันที่ไม่สามารถส่งออกไปยังจีนได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการฉวยโอกาสแต่อย่างใด แต่ถือเป็นภารกิจในการเพิ่มตัวเลขส่งออกในทุกช่องทางที่สามารถทำได้ และได้รับข้อมูลจากทูตพาณิชย์สรุปว่าสินค้าไทยที่สามารถส่งออกไปยังตลาดจีน เพื่อชดเชยตลาดของไต้หวัน มีหมวดสำคัญ คือ อาหารกับเครื่องดื่ม ซึ่งอาหาร ประกอบด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลาสดแช่แข็ง ขนมขบเคี้ยว ผลไม้ รวมทั้งเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบ เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching – OBM) ในหมวดสินค้าสำคัญของไทย เพื่อเจรจาการค้ากับผู้นำเข้าของจีน โดยจะมีการจัด OBM ขึ้นในช่วงวันที่ 24-25 ส.ค.2565 ขณะนี้มีผู้ส่งออกไทยตอบรับเข้าร่วมแล้ว 150 ราย และมีผู้นำเข้าจากจีนและฮ่องกง 200 รายจะเข้าร่วมการเจรจา คาดหวังว่าตัวเลขการส่งออกของไทยจะเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง

“การนำเข้าส่งออกของไทย ตอนนี้ยังไม่มีปัญหา เป็นกรณีเฉพาะจีนกับไต้หวัน แต่เราต้องทำหน้าที่ของเราจัด OBM เจรจาการค้าครั้งนี้ให้เกิดขึ้น เพราะเราต้องการเพิ่มตัวเลขนำเงินเข้าประเทศเหมือนกัน เป็นหน้าที่ของผมที่เข้าไปบริหารจัดการตามสถานการณ์ที่เหมาะสม”นายจุรินทร์กล่าว

สำหรับตลาดทั่วโลก ที่เป็นตลาดใหม่และจะเป็นช่องทางขยายการส่งออกสินค้าของไทยในสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ได้ดำเนินการอยู่ โดยมีการเจาะตลาดใหม่หลายตลาด ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้ว ทำให้ตัวเลขการส่งออก 6 เดือนของปีนี้ อยู่ในสถานการณ์ที่ดีมาก ตัวเลขเป็นบวกถึง 12.9% ในภาพรวม และสามารถทำเงินเข้าประเทศแตะ 5 ล้านล้านบาท เฉพาะครึ่งปีแรก ปีนี้จะได้เกินเป้าค่อนข้างแน่นอน ซึ่งปีที่แล้วทั้งปีทำได้ 8.5 ล้านล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น