xs
xsm
sm
md
lg

วีไอพีทำพิษ! ทอท.กักตัวพนักงานดอนเมือง 14 วัน เหตุใกล้ชิดผู้ป่วยบินเครื่องส่วนตัวผ่าน MJETS ไม่ใส่ชุดป้องกัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทอท.สั่งกักตัว14 วันพนักงานที่ปฎิบัติงาน MJETS ดอนเมือง หลังใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง โดยไม่ใส่ชุดป้องกัน เหตุประสานผิดพลาด เผยข้อมูลพบมีต่างชาติใช้เครื่องบินส่วนตัว ผ่านช่องทางวีไอพี เข้าออกสะดวกแถมตรวจหละหลวม หวั่นมีคนติดโควิดหลุดเข้ามา

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ต้องให้พนักงานของทอท. ที่ปฎิบัติหน้าที่ บริเวณจุดตรวจค้น และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่แพทย์ ที่ประจำอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล ของ MJETS เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2563 ทำการกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 -15 ส.ค. 2563 เพื่อสังเกตอาการ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณี มีเที่ยวบิน ที่มีลูกเรือและแพทย์มารับผู้ป่วยจากประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวในขณะตรวจค้น ที่เป็นไปตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2563 มีการประสานงานมายังทอท.ที่สนามบินดอนเมือง ว่า จะมีผู้ป่วย ลูกเรือและแพทย์ เดินทางออกจากประเทศไทย ด้วยเที่ยวบิน AYY118 เวลาออก 18.00 น. ปลายทางเมืองนาคปุระ ประเทศอินเดีย โดยผู้ป่วยจะเคลื่อนย้ายผ่านทางช่องทางอากาศยานลานจอด 3 ตรงไปยังเครื่องบิน ส่วน ลูกเรือและแพทย์ จะผ่านทางจุดตรวจค้นอาคาร MJETS ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจค้นจะต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล Level C โดยเจ้าหน้าที่จะโรงพยาบาลสมิติเวชเป็นผู้ใส่อุปกรณ์ป้องกันให้

โดยทอท.ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เจ้าหน้าที่แพทย์ ไปตามที่ประสาน แต่ปรากฏว่า ผู้โดยสารลูกเรือและแพทย์ ได้ผ่านจุดตรวจค้นไปโดยที่เจ้าหน้าที่ของทอท.ไม่ทราบ จึงไม่ได้ดำเนินการใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันตามที่กำหนดกันไว้ ซึ่งเป็นปัญหา จากการประสานงาน ระหว่าง ทอท. เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ MJETS โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ MJETS ไม่ได้แจ้งว่า ผู้โดยสารที่ตรวจค้นเป็นผู้ป่วยที่มีการแจ้งไว้ก่อนหน้านั้น ส่งผลให้ ทอท.ต้องสั่งให้พนักงานที่ปฎิบัติหน้าที่บริเวณนั้นทั้งหมด กลับบ้านเพื่อกักตัวทันที และได้ให้ทาง MJETS ทำความสะอาดพื้นที่อาคาร MJETS

ผู้สื่อข่าว นสพ.ผู้จัดการ ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวไปยัง เรืออากาศโท สัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง ทอท. ซึ่งยืนยันว่า การดำเนินการของสนามบินดอนเมือง ในการตรวจค้นต่างๆ เป็นไปตามที่รัฐกำหนดมาตรการ และไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ผู้โดยสารผ่านจุดตรวจค้น มีการตรวจวัดอุณหูมิทุกคน

ในขณะที่ข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ สายการบิน และผู้ประกอบการ สนามบินดอนเมือง ยืนยันมีเรื่องดังกล่าวจริงและมีการกักตัวพนักงานจริง แต่น่าจะไม่อยากให้เป็นข่าว ว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการตรวจค้นผู้โดยสารผ่านทางอาคาร MJETS ซึ่งสนามบินดอนเมืองมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน(Emergency Operation Center : EOC) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในท่าอากาศยาน เช่น ตม. ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ศุลกากร และกระทรวงสาธารสุข เพื่อรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

แหล่งข่าวจากทอท.ระบุว่า เพราะไทยยังไม่มีการเปิดการบินระหว่างประเทศเชิงพาณิชย์ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ยังมีการประกาศ เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย เพื่อควบคุมทั้งเครื่องบินและบุคคลที่จะเดินทางเข้าประเทศ และต้องปฎิบัติตามเงื่อนไข คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) หรือ ศบค. ทั้งใบรับรองทางการแพทย์ การตรวจคัดกรองโรค และกักตัว14 วัน

การเดินทางด้วยเครื่องบิน Private Jet ผ่านทางอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล MJETS สนามบินดอนเมือง จึงเป็นที่นิยม เพราะเป็นช่องทางที่มีการผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้นักธุรกิจจากหลายประเทศ ที่จำเป็นต้องการเข้ามาติดต่อธุรกิจ หรือเจรจาการค้า รวมถึงผู้ป่วยที่เป็นเศรษฐีจากต่างประเทศ ที่ต้องการเข้ามารักษาตัว ในโรงพยาบาลของไทย ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนและช่องโหว่ ที่มีโอกาสที่คนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะหลุดรอดเข้ามาได้ และเป็นความเสี่ยง ที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดการระบาดรอบ 2 ได้ทุกเมื่อ

ด้านนานจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) กล่าวว่า สำหรับ private Jet จากต่างประเทศนั้น จะต้องมีใบรับรอง จากกระทรวงต่างประเทศ และเอกสารการควบคุมโรค ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด อย่างครบถ้วน ก่อน กพท.จึงจะอนุญาตให้เข้าประเทศไทยได้ กรณีผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าไทย ต้องมีการตรวจสุขภาพ คัดกรองโรคตั้งแต่ต้นทางก่อน เมื่อลงเครื่องจะมีขั้นตอนตรวจเชื้ออีก ระหว่างที่พักในไทยจะต้องมีโปรแกรมการเดินทาง ที่พัก ชัดเจน กรณีมาพักในไทยเกิน 4 วัน ก่อนเดินทางออกจากไทย จะต้องมีการตรวจคัดกรองเชื้ออีกครั้ง มีการตรวจคัดกรองเชื้อถึง 3 รอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจสูงสุด ซึ่งมั่นใจในแง่ของมาตรการควบคุมต่าง ๆ ส่วนในทางปฎิบัติ เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง


กำลังโหลดความคิดเห็น...