xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”แจงกรณี ธ.ก.ส. โอนเงินชดเชยรายได้ข้าวให้ชาวนาแล้วดึงเงินกลับ เหตุต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พาณิชย์”ชี้แจงกรณี ธ.ก.ส. โอนเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรแล้วดึงเงินกลับ เหตุต้องตรวจสอบความถูกต้องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการประกันรายได้ที่ ครม. กำหนด เพราะภาคใต้ เริ่มโครงการช้ากว่าภาคอื่น แต่เมื่อพบดำเนินการถูกต้อง ตามขั้นตอน แจ้งขึ้นทะเบียน และแจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวเอาไว้แล้ว ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชย จึงโอนกลับให้ทุกรายแล้วตั้งแต่ 17 ต.ค.

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีมีชาวนาในพื้นที่ภาคใต้ที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวร้องเรียนว่าหลังจากมีการโอนเงินส่วนต่างประกันรายได้ข้าวเปลือกให้ชาวนาเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2562 โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหลังจากนั้นเงินถูกดึงกลับไปในทันที ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น หลังจากที่ ธ.ก.ส. ตรวจพบว่าการโอนเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ได้รับการชดเชยรายได้ 349,392 ราย จำนวนเงิน 9,413,244,883.40 บาท เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2562 มีการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรที่มีภูมิลำเนาในภาคใต้รวมอยู่ด้วย จึงได้ดำเนินการโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากเกษตรกรดังกล่าวในวันเดียวกัน เพื่อสอบทานความถูกต้องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์โครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด

ทั้งนี้ โครงการประกันรายได้ข้าว ครม. กำหนดว่า ให้ ธ.ก.ส. สำรองจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างรายได้ให้เกษตรกรวงเงิน 20,940.84 ล้านบาท โดยโครงการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีสิทธิได้รับการชดเชย และระยะเวลาที่จะใช้สิทธิขอชดเชยไว้ โดยเกษตรกรผู้มีสิทธิได้รับการชดเชย เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปลูกข้าวระหว่างที่ 1 เม.ย.–31 ต.ค.2562 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิ.ย.2562–28 ก.พ.2563 และยังกำหนดกรอบระยะเวลาการขึ้นทะเบียนในแต่ละพื้นที่ให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ส่วนการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง รายละเอียด วิธีการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและระยะเวลาที่จะใช้สิทธิขอชดเชยกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 15 ต.ค.2562–28 ก.พ.2563 ยกเว้นภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.–31 พ.ค.2563 โดยสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่เก็บเกี่ยวเป็นต้นไป ยกเว้นเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่กำหนดให้ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่เริ่มโครงการ และได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นผู้พิจารณากำหนด

“การดำเนินการของ ธ.ก.ส. เพื่อให้เกิดความรัดกุม ป้องกันปัญหาเกษตรกรได้รับเงินชดเชยส่วนต่างก่อนระยะเวลาที่โครงการกำหนดไว้ และสาขาต้องติดตามทวงถามเงินคืนจากเกษตรกรในภายหลัง ส่งผลให้บัญชีเงินฝากของเกษตรกร จำนวน 2,473 ราย มีรายการเคลื่อนไหว มีเงินโอนเข้าและโอนออกจากบัญชีเงินฝากในจำนวนที่เท่ากันในระยะเวลาใกล้เคียงกัน”

ทั้งนี้ หลังจาก ธ.ก.ส. ตรวจสอบแล้ว พบว่า ข้อมูลเกษตรกรที่ธนาคารโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของเกษตรกร จำนวน 2,473 ราย มีมูลเหตุและแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ตามโครงการกำหนด ระยะเวลาที่จะใช้สิทธิ์ขอชดเชยส่วนต่างได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 พ.ค.2563 แต่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 รอบที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2562 เป็นต้นมา และแจ้งข้อมูลวันเก็บเกี่ยวข้าวก่อนวันที่ 16 ต.ค.2562 และกลุ่มที่ 2 เป็นเกษตรกรที่มีภูมิลำเนาในเขตจังหวัดภาคใต้ แต่เปิดบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. ไว้ในจังหวัดภาคอื่นๆ ซึ่งธนาคารพิจารณาแล้วเห็นว่าเกษตรกร ทั้ง 2 กลุ่ม เป็นผู้มีคุณสมบัติได้รับสิทธิ์รับเงินชดเชยส่วนต่างตามโครงการได้ในรอบการโอนเงินวันที่ 15 ต.ค.2562 จึงได้ดำเนินการโอนเงินชดเชยส่วนต่างเข้าบัญชีเงินฝากให้เกษตรกรทุกราย จำนวน 2,473 ราย เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2562


กำลังโหลดความคิดเห็น...