xs
xsm
sm
md
lg

“จุรินทร์” โต้ฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลดูแลเศรษฐกิจฐานราก งัดประกันรายได้โชว์ เพิ่มเงินในกระเป๋าเกษตรกร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“จุรินทร์” โต้ฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลดูแลเศรษฐกิจฐานราก โชว์ผลงานดันนโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 ชนิดสำเร็จแล้ว 3 อีก 2 ชนิดกำลังนัดประชุม ส่วนพืชเกษตรตัวอื่นมีหลายมาตรการเข้ามาดูแล รับการส่งออกหดตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า แต่ไม่เคยท้อ เตรียมสวมบทหัวหน้าทีมเซลส์แมนออกขายสินค้าด้วยตนเอง พร้อมหาทางทวงคืนตลาดที่เสียไป อย่างข้าวในอิรัก และเร่งรัดการค้าชายแดน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการอภิปรายงบประมาณของ ส.ส.ฝ่ายค้านในส่วนของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐานรากว่า ได้ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน คือ นโยบายประกันรายได้เกษตรกร มีสินค้า 5 ชนิด คือ ปาล์มน้ำมัน ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด และยังให้ความสำคัญกับพืชเกษตรอื่นๆ แต่ใช้ยาคนละขนาน โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการประกันรายได้ ขณะนี้ได้ทำสำเร็จไปแล้ว 3 ชนิด คือ ปาล์มน้ำมัน ข้าว และยางพารา โดยสามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรที่จะมีรายรับ 2 ทาง คือ จากการขายสินค้าในตลาด และเงินส่วนต่างจากราคาประกันรายได้ ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แม้จะเป็นช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

โดยปาล์มน้ำมัน ประกันราคากิโลกรัม (กก.) ละ 4 บาท งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้ววันที่ 1 ต.ค. 2562 และจะมีการโอนอีกทุก 45 วัน รวม 8 งวด โดยงวดต่อไป คือ วันที่ 15 พ.ย. 2562 และยังได้เร่งผลักดันให้ราคาผลปาล์มสูงขึ้นเพื่อลดภาระต่องบประมาณ ทั้งการส่งเสริมการใช้ B10 การนำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้า การติดตั้งมิเตอร์ที่แท็งก์เก็บน้ำมันเพื่อวัดปริมาณสต๊อก และตั้งคณะทำงานปราบปรามการลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์มเถื่อน ทั้งหมดนี้คือนโยบายปาล์มยั่งยืน

สำหรับข้าว ได้ประกันราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ได้เริ่มจ่ายเงินส่วนต่างไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา มีข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ที่ได้รับส่วนต่าง ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ และข้าวเปลือกเหนียว ไม่ได้รับเงินส่วนต่าง เพราะราคาตลาดสูงกว่าราคาประกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อชาวนา เพราะมีรายได้สูงกว่าราคาประกัน ส่วนชาวนาภาคใต้ ที่มีปัญหาไม่ได้รับเงินส่วนต่าง ล่าสุดธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้โอนเงินให้แล้วเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2562 และกรณีชาวนาที่ปลูกข้าวบนพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินส่วนต่าง แต่ต้องไปขึ้นทะเบียนตามความเป็นจริง

ส่วนยางพารา มีการตั้งงบไว้แล้ว 24,000 ล้านบาท คณะรัฐมนรตี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 และประกันยาง 3 คือ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาทต่อ กก. น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาทต่อ กก. ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาทต่อ กก. ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ จะโอนส่วนต่างวันที่ 1-15 พ.ย. 2562 ใช้เวลา 15 วัน เนื่องจากต้องมีการตรวจสวบ โดยการโอนต้องเสร็จภายในวันที่ 15 พ.ย. 2562 ซึ่งตอนนี้ยังสามารถขึ้นทะเบียนได้ ขอให้ขึ้นทะเบียนตามความเป็นขจริง โดยคนกรีดยางก็ได้ ตามสัดส่วน 60/40 กับเจ้าของสวน

ขณะที่มันสำปะหลัง มีการนัดประชุม 3 ฝ่าย ที่จ.อุดรธานี วันที่ 27 ต.ค. 2562 ข้าวโพด จะนัดประชุมที่ จ.เพชรบูรณ์ ต้นเดือน พ.ย. 2562 และจะนำเรื่องเข้า ครม. ตามกระบวนการเหมือนสินค้าเกษตรอื่นต่อไป

นายจุรินทร์กล่าวว่า ทางด้านการส่งออกพบว่า ช่วง 10 เดือนของปี 2562 ติดลบ 2.5% เกิดจากภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมทั้ง Brexit ทำให้หลายประเทศส่งออกติดลบ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าผลักดันการส่งออกอย่างต่อเนื่อง มีการตั้ง กรอ.พาณิชย์ เพื่อประสานความร่วมมือให้เอกชนเป็นทัพหน้า ภาครัฐเป็นทัพหนุน มีการตั้งวอร์รูมทำงานขับเคลื่อนเป็นรายสินค้า และตนเองก็จะทำหน้าที่เป็นพนักงานขายควบคู่ไปกับการทำงานของทูตพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมานำทัพไปขายสินค้าแล้วหลายประเทศ เช่น ที่หนานหนิง ช่วยขายมัน 2.6 ล้านตัน มูลค่า 18,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มขายได้อีก ขายยางพาราที่อินเดียได้ 9,000 ล้านบาท และกำลังจะไปจัดเทศกาลผลไม้ไทยที่จีน เอามะม่วง ลำไย มะขาม และสินค้าดาวรุ่งอย่างมะพร้าวน้ำหอมไปขาย รวมทั้งจะนำทัพไปขายยางพารา และมันสำปะหลัง ที่ตุรกรี และเยอรมนี ในเดือน พ.ย. 2562

ขณะเดียวกันจะเร่งเจรจาเปิดเสรีการค้า โดยจะเร่งการเจรจาอาร์เซ็ป ให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เพื่อสร้างตลาดที่ใหญ่เกือบครึ่งโลก และเริ่มต้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป (อียู) รวมถึงไทย-อังกฤษ

นอกจากนี้ จะเร่งทวงคืนตลาดที่เคยเสียไป อย่างตลาดข้าวในอิรักที่ไทยเคยตลาดนี้ไป เนื่องจากเอกชนของไทยรายหนึ่งส่งข้าวคุณภาพต่ำไปให้อิรักทำให้เขาโกรธมาก แต่ได้คลี่คลายปัญหานี้ได้แล้ว หลังจากมอบหมายให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเดินทางไปอิรัก จนอิรักยอมทำ MOU กับไทยเพื่อรับซื้อข้าว และยังจะเร่งรัดการค้าชายแดน ที่ผ่านมาได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาไปแล้วที่สะเดา มุกดาหาร และแม่สอด


กำลังโหลดความคิดเห็น...