xs
xsm
sm
md
lg

TOP ต่อยอด CFP ลุยปิโตรเคมีเต็มที่ ตั้งเป้ากำไรพุ่งแตะ 3 หมื่นล้านในปี 73

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไทยออยล์ตั้งเป้าโกยกำไร 3 หมื่นล้านบาทในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว หลังโครงการ CFP และโครงการต่อยอด CFP แล้วเสร็จ เตรียมวางศิลาฤกษ์โครงการ CFP ต้นปีหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2566




นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิในปี 2573 จะเติบโตเป็น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 312 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.01 หมื่นล้านบาท หลังจากโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ทำให้มีกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นจาก 2.75 แสนบาร์เรล/วันเป็น 4 แสนบาร์เรล/วัน และโครงการ Beyond CFP ที่เป็นการต่อยอดโครงการ CFP สู่ธุรกิจปิโตรเคมี


ทั้งนี้ โครงการ CFP จะใช้เงินลงทุนรวม 4.82 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 2 ปีแรกนี้จะใช้เงินลงทุนราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ จ้างงานราว 1.5-2 หมื่นคน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรองรับการพัฒนาพื้นที่ EEC โดยมีกำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 45% มาอยู่ที่ 4 แสนบาร์เรล/วัน ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการออกแบบงานวิศวกรรม จัดหา และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในต้นปีหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จผลิตเชิงพาณิชย์ในต้นปี 2566 โดยโครงการ CFP จะทำให้ไทยออยล์สามารถเลือกใช้น้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) ได้ 50% จากเดิมที่ต้องใช้น้ำมันดิบเบา (Light Crude) 100% ซึ่งราคาน้ำมันดิบหนักจะถูกกว่าน้ำมันดิบเบาเฉลี่ย 7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ผลิตได้ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันอากาศยานและดีเซล ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากเทรนด์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ค่าการกลั่นรวมเพิ่มขึ้นจาก 7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเป็น 11 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รวมทั้งได้แนฟทาเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านตัน/ปี


นายวิรัตน์กล่าวต่อไปว่า ไทยออยล์อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะนำแนฟทามาต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมี โดยจะเป็นการร่วมมือกับกลุ่ม ปตท.และเปิดกว้างหาพันธมิตรอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะลงทุนการขยายคอขวดโรงงานผลิตพาราไซลีน (PX) ของไทยพาราไซลีน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยออยล์ หรือจะนำแนฟทาใช้เป็นวัตถุดิบในโครงการปิโตรเคมีใหม่เลย คาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2564


สำหรับแนฟทาที่ได้จากโครงการ CFP ราว 2.2 ล้านตัน/ปี แบ่งเป็นแนฟทาหนัก 9 แสนตัน/ปี สามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจอะโรเมติกส์ ส่วนแนฟทาเบาอีก 7 แสนตัน/ปีเป็นวัตถุดิบสู่โครงการโอเลฟินส์ และที่เหลือเป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปิโตรเคมีได้


ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปีนี้ (2562-66) บริษัทจะใช้เงินลงทุนรวม 4,834 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโครงการ CFP 3,961 ล้านเหรียญสหรัฐ และการซื้อหุ้นเพิ่มทุน บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) 574 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินลงทุนที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน 299 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปีนี้บริษัทฯ ใช้เงินลงทุน 2,025 ล้านเหรียญสหรัฐ และปีหน้าจะใช้เงินลงทุนรวม 1,894 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแหล่งเงินทุนที่ใช้ในโครงการ CFP จะมาจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐและการกู้เงิน โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐไม่มีประกันและไม่ด้อยสิทธิ รวม 565 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นหุ้นกู้อายุ 30 ปี ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.50 ต่อปี นับเป็นหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด


สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังนี้พบว่าค่าการกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ในช่วงไตรมาส 3/62 อยู่ในระดับ 6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนไตรมาส 4/62 คาดว่าจะดีกว่าไตรมาส 3/62 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูท่องเที่ยว ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ประกอบกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) กำหนดปริมาณน้ำมันเตากำมะถันต่ำที่ปล่อยออกจากเรือลดลงจากร้อยละ 3.5 เหลือร้อยละ 0.5 ในวันที่ 1 ม.ค. 2563 ส่งผลให้ค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น

ส่วนในปี 2563 ไทยออยล์คาดว่าจะมีผลประกอบการดีขึ้นกว่าปี 2562 เนื่องจากไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น เศรษฐกิจโลกมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น และปัจจัยหนุนจาก IMO อีกด้วย ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในปีหน้าจะเฉลี่ยอยู่ระดับ 58-63 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

สำหรับการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันเพื่อให้ได้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2567 นั้น บริษัทมีความพร้อมที่จะดำเนินการ โดยในส่วนของโครงการ CFP ที่มีการก่อสร้างหน่วยกลั่นน้ำมันดิบ (CDU) ใหม่ 2.2 แสนบาร์เรล/วัน จะสามารถกลั่นน้ำมันได้ตามมาตรฐานยูโร 5 ได้เลย แต่ในส่วนของน้ำมันที่เหลือซึ่งกลั่นจากหน่วย CDU เดิมนั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงเพื่อให้ได้น้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 1 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มกระบวนการแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...