xs
xsm
sm
md
lg

รัฐมนตรีอาร์เซ็ปเร่งทำงานช่วงโค้งสุดท้าย หาทางสรุปผลการเจรจาชงผู้นำประกาศสิ้นปีนี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รัฐมนตรีอาร์เซ็ป 16 ประเทศ ยืนยันเดินหน้าทำงานหาข้อสรุปผลการเจรจาอาร์เซ็ป หลังเหลือระยะเวลาแค่ 20 วันก่อนประชุมสุดยอดอาร์เซ็ป เตรียมนัดประชุมระดับเจ้าหน้าที่ และระดับรัฐมนตรีอีกครั้ง หาทางสรุปอีก 6 บทที่เหลือให้ได้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2562 ที่กรุงเทพฯ ว่า รัฐมนตรีอาร์เซ็ปทั้ง 16 ประเทศ ยืนยันความตั้งใจของผู้นำอาร์เซ็ปที่จะสรุปผลการเจรจาทั้งหมดให้ได้ในปีนี้ และจนถึงขณะนี้เหลือประมาณ 20 วันก่อนการประชุมผู้นำ โดยทุกประเทศพร้อมจับมือสู่การประกาศสรุปผลการเจรจา ซึ่งยังมีการประชุมที่ยังเหลืออยู่ในปีนี้ คือ การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาร์เซ็ป ระหว่างวันที่ 14–19 ต.ค.2562 ที่กรุงเทพฯ และการประชุมระดับรัฐมนตรีอาร์เซ็ปในวันที่ 1 พ.ย.2562 ก่อนการประชุมสุดยอดอาร์เซ็ปครั้งที่ 3 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 4 พ.ย.2562 ที่กรุงเทพฯ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีอาร์เซ็ปยินดีที่ได้ทราบว่าการประชุมคณะกรรมการเจรจาอาร์เซ็ป ครั้งที่ 28 ณ เมืองดานัง เวียดนาม มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยสามารถสรุปผลการเจรจาเปิดตลาดได้แล้ว 80.4% ใกล้จะจบ 16% เหลือการเจรจาเปิดตลาดที่จะต้องเร่งหารือกันต่ออีก 3.6% เท่านั้น และสามารถปิดข้อบทได้เพิ่มอีก 6 บท ได้แก่ บทบัญญัติพื้นฐานและคำนิยามทั่วไป บทการค้าสินค้าบททรัพย์สินทางปัญญา บทบัญญัติทั่วไปและข้อยกเว้น บทการระงับข้อพิพาท และบทบัญญัติสุดท้าย และในการประชุมรัฐมนตรีครั้งนี้สรุปเพิ่มอีก 1 บท คือ บทการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ทำให้จนถึงตอนนี้สรุปได้แล้ว 14 บท และ 3 ภาคผนวก จากทั้งหมด 20 บท และ 3 ภาคผนวก

ส่วนอีก 6 บทที่เหลือ ได้แก่ บทการเยียวยาทางการค้า บทการแข่งขัน บทการค้าบริการ บทกฎถิ่นกำเนิดสินค้า บทการลงทุน และบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งที่สมาชิกอาร์เซ็ปต้องเร่งหาข้อสรุปในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก่อนนำเสนอผู้นำประกาศสรุปผลการเจรจาในช่วงการประชุมสุดยอดอาร์เซ็ปต่อไป

ทั้งนี้ หากความตกลงอาร์เซ็ปมีผลบังคับใช้ จะครอบคลุมตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกันกว่า 3,500 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของประชากรโลก และมีมูลค่า GDP กว่า 27.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 32.3% ของ GDP โลก มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 11.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 29.3% ของมูลค่าการค้าโลก ขณะเดียวกัน จะช่วยลดความซ้ำซ้อนเรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ประสานกฎระเบียบและมาตรการทางการค้า ส่งผลให้มีการยอมรับกฎเกณฑ์ด้านมาตรฐานต่างๆ ระหว่างกัน และสร้างความเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวทางการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค


กำลังโหลดความคิดเห็น...