xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิรัตน์” สั่ง ปตท.ทำแผน LNG HUB เสร็จใน 2 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สนธิรัตน์” สั่ง ปตท.ทำแผน LNG HUB เสร็จใน 2 เดือนเพื่อพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนชงให้ กพช.อนุมัติ หวังช่วงชิงความเป็นผู้นำ LNG ในภูมิภาคนี้ โดยให้ ปตท.เป็นองค์กรหลัก เหตุมีความพร้อมและลงทุน LNG Terminal รองรับ LNG รวมกว่า 20 ล้านตัน/ปี “ปตท.” เตรียมทดสอบระบบเทรดดิ้ง LNG ก่อนส่งออกล็อตแรกไปจีนต้นปี 63


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเดินทางมาเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการชลบุรีของ บมจ.ปตท. (PTT) และรับฟังการบรรยายประกอบกิจการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อฯ ในวันนี้ (11 ต.ค.) ว่า ได้มอบหมายให้ ปตท.จัดทำแผนการเป็นศูนย์กลางซื้อ-ขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG HUB) ในภูมิภาค คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2 เดือนนี้ เพื่อนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพื่อทำแผนไปสู่การปฏิบัติ หลังจากนั้นเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ต่อไป

แผนการผลักดันให้ไทยเป็น LNG HUB ในภูมิภาคนี้จะมี ปตท.เป็นองค์กรหลัก เนื่องจาก ปตท.มีความพร้อมและเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสถานีรับจ่ายก๊าซ LNG โดยจะมีผู้นำเข้า LNG ได้มากกว่า 1 ราย เพื่อช่วงชิงการเป็นผู้นำ LNG ในภูมิภาคนี้ บนพื้นฐานอุตสากรรมก๊าซธรรมชาติที่ไทยมีความแข็งแกร่งแล้วต่อยอดสร้างเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยต้นทุนพลังงานที่แข่งขันได้


นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนยังมีความต้องการก๊าซฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสดีของไทยในการจำหน่าย LNG ปริมาณไม่มากนักระดับ Small Scale ไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV ทั้งในรูปแบบของเรือขนส่งหรือรถขนส่ง LNG

ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.มีความพร้อมเพราะดำเนินการธุรกิจก๊าซฯ มานาน 40 ปี ปัจจุบันมีสถานีรับ-จ่ายก๊าซฯ LNG (LNG Terminal) ที่มีขีดความสามารถรับ-จ่ายก๊าซฯ 11.5 ล้านตัน/ปี และอยู่ระหว่างก่อสร้างสถานีรับจ่ายก๊าซ LNG ที่หนองแฟบ จ.ระยองอีก 7.5 ล้านตัน/ปีที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 ทำให้ ปตท.มีขีดความสามารถในการรองรับ LNG ได้ถึง 19 ล้านตัน/ปี รวมทั้ง ปตท.ได้ร่วมทุนกับพันธมิตรพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 ที่จะมีการสร้าง LNG Terminal อีก 8-10 ล้านตัน/ปี รองรับความต้องการใช้ก๊าซ LNG ได้นาน 10-15 ปีข้างหน้า

ส่วนการจัดตั้งคลัง LNG ลอยน้ำในรูปแบบ FSRU สำหรับพื้นที่ภาคใต้นั้นเห็นว่ายังมีความจำเป็น แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐว่าจะมีการจัดตั้งโรงไฟฟ้าใหม่อย่างไรในพื้นที่ดังกล่าวด้วย และคงต้องพิจารณาควบคู่กับการทำแผน ซึ่งการจัดทำ FSRU ควรเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็น ควรสร้างบนบกมากกว่าเพราะสร้างความมั่นคง

ด้านนายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ปตท. กล่าวว่า ในปลายปีนี้ ปตท.จะมีการทดสอบระบบการทำธุรกิจเทรดดิ้ง LNG และในต้นปี 2563 จะเริ่มการดำเนินธุรกิจเทรดดิ้ง LNG ล็อตแรกส่งออกไปยังลูกค้าจีน ทั้งนี้ ธุรกิจเทรดดิ้ง LNG จะใช้เงินลงทุนไม่มาก เพราะ ปตท.มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมีบุคลากรรองรับไว้อยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มเติมเรื่องค่าบริหารจัดการ ซึ่งไทยมีความได้เปรียบโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์และเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีการนำเข้า LNG ในปริมาณที่มาก


นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติของ ปตท. กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึง ก.ย.นี้ ปตท.นำเข้า LNG เข้ามาเพียง 4 ล้านตัน/ปี จากปริมาณนำเข้าตามสัญญาระยะยาวที่มี 5.2 ล้านตัน/ปี ซึ่งระยะเวลาที่เหลืออีก 3 เดือนที่จะนำเข้าได้ครบตามสัญญา โดยปีนี้ความต้องการใช้ก๊าซฯ อยู่ที่ 4,800 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีความต้องการใช้ก๊าซฯ ราว 4,600-4,700 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน


สำหรับเป้าหมายการเป็น LNG HUB ของภูมิภาคจะช่วยเติมเต็มขีดความสามารถของการรับ-จ่ายคลัง LNG ที่มีอยู่ด้วย ประกอบกับตลาด CLMV ยังมีศักยภาพในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่มีการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หรือดีเซล เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมีโรงงานตั้งในนิคมอุตสาหกรรมขนาดเล็กตามแนวชายทะเล หรือตามชายแดน ทาง ปตท.ก็จะเข้าไปเจาะตลาดเพื่อนำ LNG เข้าไปทดแทน ซึ่งในไทย ปตท.มีลูกค้าอุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิงเกือบ 400 ราย คิดเป็นปริมาณการใช้ราว 250 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...