xs
xsm
sm
md
lg

“สกพอ.” เปิดบริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC-OSS เอื้อลงทุนอีอีซี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สกพอ.เปิดให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC-OSS อำนวยความสะดวกนักลงทุนยื่นคำขออนุมัติ อนุญาตผ่านระบบออนไลน์ เฟสแรกร่นระยะเวลาขั้นตอนขอประกอบกิจการโรงงานเหลือ 78 วันจากเดิม 150 วัน ใช้เวลา 6 เดือนประเมินผลก่อนลุยเฟส 2 เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น มั่นใจดึงการลงทุนอีอีซี ช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในอนาคต



นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สกพอ.ได้พัฒนาระบบให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC One Stop Service : EEC-OSS เพื่อยกระดับการบริการของภาครัฐผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government) ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและสร้างความโปร่งใสในขั้นตอนการขอการอนุมัติ และอนุญาต ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในระยะยาว

"ขณะนี้ได้ดำเนินการในเฟสแรกและจะประเมินผลในระยะ 6 เดือน ซึ่งการบริการดังกล่าวจะร่นระยะเวลาขั้นตอนการขอประกอบกิจการโรงงานเหลือ 78 วันจากเดิม 150 วัน ลดขั้นตอนดำเนินงานจากที่มี 60 รายการเหลือเพียง 42 รายการ ลดการติดต่อหลายหน่วยงานเหลือเพียงจุดเดียว และต่อไประยะที่ 2 จะลดขั้นตอนลงไปเรื่อยๆ" นายคณิศกล่าว

สำหรับ EEC-OSS เป็นไปตาม พ.ร.บ.อีอีซี ที่ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎหมาย 8 ฉบับไว้ด้วยกัน ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) โดยได้ปรับปรุงกระบวนงาน ลด ละ เลิก เอกสารและขั้นตอนต่างๆ ที่ไม่จำเป็น และยุบรวมใบอนุญาตคล้ายคลึงกัน ใช้ระบบขออนุมัติ อนุญาต ออนไลน์ สามารถยื่นคำขอรับบริการได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกสถานที่ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าใช้งานผ่านช่องทาง www.eeco.or.th/eec-oss หรือจะเข้าใช้งานผ่าน EEC-OSS โดยตรงก็ได้

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม กล่าวว่า EEC-OSS จะนำร่องดำเนินการในเฟสแรกก่อน ซึ่งได้มีการนำข้อมูลต่างๆ มาแชร์และลดขั้นตอนการประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่อีอีซี ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการลงทุนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อความโปร่งใสซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน

น.ส.ทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการ สกพอ. กล่าวว่า กรณี World Economic Forum (WEF) ได้รายงานดัชนีความสามารถในการแข่งขันของไทยปี 2562 ที่อยู่อันดับ 40 ลดลงจากปี 2561 ที่อยู่ในอันดับที่ 38 จากทั้งหมด 141 ประเทศทั่วโลก ส่วนคะแนนดีขึ้นจากปี 2561 ที่ได้ 67.5 คะแนน เพิ่มเป็น 68.1 คะแนนนั้นเชื่อว่าในระยะต่อไปเมื่อมีการปรับปรุงระบบการให้บริการอำนวยความสะดวก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีที่ในเดือน ธ.ค.ทุกอย่างจะชัดเจนจะมีส่วนยกระดับความสามารถการแข่งขันของไทยเพิ่มขึ้นได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...