xs
xsm
sm
md
lg

“UAC-NER” ดันโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สเข้าโครงการ Quick Win

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาคเอกชนขานรับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนทั้ง UAC-NER พร้อมเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเร่งด่วน (Quick Win) ดันโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สเดิมในมือที่ค้างเติ่งจากนโยบายรัฐเดิมที่ยกเลิกส่งเสริมทำให้ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟ (PPA)


นายผจญ ศรีบุญเรือง นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซชีวภาพไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายรับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าชุมชน ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน โดยสมาคมฯ เสนอโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพของสมาชิกที่เคยมีปัญหาไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้จำนวน 50 โรง คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดสมาคมฯ ได้ทำหนังสือสอบถาม พบว่ามีผู้ประกอบการตอบกลับมา 20 ราย คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 30-40 เมกะวัตต์ ที่มีความพร้อมร่วมโรงไฟฟ้าชุมชนแบบเร่งด่วน (Quick Win)


โรงไฟฟ้าดังกล่าวมีทั้งโรงไฟฟ้าของบริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ซึ่งมีโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจำนวน 2 โรง กำลังการผลิตรวม 3 เมกะวัตต์ที่จังหวัดขอนแก่น และบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ซึ่งมีโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจำนวน 2 โรงที่บุรีรัมย์ กำลังการผลิตรวม 4 เมกะวัตต์ ที่ยังไม่สามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้ นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน

ด้านนายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมเสนอโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ (ไบโอแก๊ส) จำนวน 2 โรง คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 3 เมกะวัตต์ที่ขอนแก่น เข้าข่ายในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเร่งด่วน (Quick Win) เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้เนื่องจากไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และติดปัญหาสายส่งเต็มในช่วงนั้น แต่ปัจจุบันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ขยายสายส่งแล้วทำให้บริษัทพร้อมที่จะผลิตไฟฟ้าได้ทันที


โรงไฟฟ้าไบโอแก๊สทั้ง 2 โรงที่ขอนแก่นใช้เงินลงทุนรวม 300 ล้านบาท ใช้หญ้าเนเปียร์เป็นวัตถุดิบโดยรับซื้อจากเกษตรกรตันละ 500 บาทขึ้นอยู่กับคุณภาพหญ้าเนเปียร์ด้วย ซึ่งเดิมโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนโยบายพลังงาน (สนพ.) โดยเห็นด้วยที่ให้ภาครัฐหรือบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนซึ่งจะทำให้โครงการมีความเข้มแข็ง ส่วนการดึงชุมชนเข้าร่วมถือหุ้นโครงการดังกล่าวขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐ


นายกิตติกล่าวต่อไปว่า บริษัทฯ พร้อมจะลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชนเพิ่มเติมอีกหลายโครงการ โดยอาจจะเป็นโรงไฟฟ้าชุมชนไฮบริดก๊าซชีวภาพ-พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทมีแผนที่จะขยายโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สเพิ่มอีก 10 โรงในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ต้องชะงักไปหลังจากรัฐหยุดการส่งเสริมหญ้าเนเปียร์ในการผลิตไฟฟ้าอีกต่อไป แต่พอรัฐบาลชุดนี้สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต ใช้และจำหน่ายไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า


นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) กล่าวว่า บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส 2 โรง รวม 4 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้หญ้าเนเปียร์และมูลสัตว์เป็นเชื้อเพลิง โดยโรงแรกคาดว่าจะแล้วเสร็จ พ.ย.นี้ และโรงที่ 2 จะแล้วเสร็จ ธ.ค. 2562 เป็นโครงการที่เข้าข่ายโรงไฟฟ้าชุมชนเร่งด่วน (Quick Win) โดยบริษัทมีที่ดินปลูกหญ้าเนเปียร์อยู่แล้ว 1.2 พันไร่ และได้ส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ปลูกและรับซื้ออีก 400 ไร่


ทั้งนี้ บริษัทฯ จะแยกทรัพย์สินโรงไฟฟ้าออกมาเป็นบริษัทย่อยเพื่อให้ชุมชนเข้าร่วมถือหุ้นตามนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อให้ผลประโยชน์ตกสู่ชุมชนอย่างแน่นอน โดยราคารับซื้อไฟโรงไฟฟ้าชุมชน ส่วนตัวมองว่าควรอยู่ที่ระดับ 4.50-5.50 บาทต่อหน่วย เนื่องจากจะต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปยังชุมชน ซึ่งกระทรวงพลังงานเสนอไว้ที่ 25 สตางค์ต่อหน่วย


ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าดังกล่าวได้รับใบอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่ปี 2556 แต่ยังไม่สามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้ เนื่องจากภาครัฐยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ในช่วงที่ผ่านมา


กำลังโหลดความคิดเห็น...