xs
xsm
sm
md
lg

ชุมชนลุ้นรับรายได้เพิ่ม! “สนธิรัตน์” เร่งโรงไฟฟ้าชุมชนปูพรมเฟสแรก 250 แห่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"สนธิรัตน์" เปิดเวทีระดมสมองผุดโรงไฟฟ้าชุมชนปลื้มรัฐ-เอกชนหนุนเต็มพิกัด วางโมเดลเบื้องต้น 7 รูปแบบพัฒนา ลั่นแยกโรงไฟฟ้าขยะออกจากโครงการนี้เหตุเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ดึงชุมชนถือหุ้น 10-30% พร้อมแบ่งรายได้ให้ชุมชน 0.25 บาทต่อหน่วยใส่กองทุนหมู่บ้าน คาดเฟสแรกเกิดได้ 250 แห่ง แต่จะเห็นนำร่องก่อนกลางปี 63 ที่เป็นรูปแบบควิกวิน



นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ที่มีผู้เข้าร่วมรับฟังกว่า 200 คน เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ว่า หลังจากรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนจะสรุปแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจนออกมาภายใน 1 เดือน หลังจากนั้นจะมีการประกาศนโยบายเพื่อดำเนินงาน โดยคาดหวังว่าในเฟสแรกจะสามารถพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนได้ประมาณ 250 แห่ง และในจำนวนนี้จะมีโรงไฟฟ้าชุมชนรูปแบบเร่งด่วน (ควิกวิน) นำร่องเกิดขึ้นก่อน 10-20 แห่งภายในกลางปี 2563

"รัฐเองเคยสนับสนุนโครงการลักษณะนี้มาก่อนแล้วแต่ประสบปัญหาไม่ได้มีการรับซื้อ ก็จะพิจารณาโครงการดังกล่าวเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มีการสร้างเสร็จแล้วแต่จะต้องดูระบบส่งพร้อมรับด้วย ซึ่งกลุ่มนี้น่าจะมีราว 10-20 แห่งที่จะเป็นควิกวิน" นายสนธิรัตน์กล่าว

สำหรับรูปแบบการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนที่ พพ.นำเสนอจะมี 7 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1. โรงไฟฟ้าชุมชนก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน ) 2. ไฮบริดก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน)-พลังงานแสงอาทิตย์ 3. ชีวมวล 4. ไฮบริดชีวมวล-พลังงานแสงอาทิตย์ 5. ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) 6. ไฮบริดก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย)-พลังงานแสงอาทิตย์ 7. พลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้เป็นเพียงข้อเสนอหรือตุ๊กตาอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้ ขณะที่โรงไฟฟ้าขยะนั้นจะแยกออกไปดำเนินการต่างหากเพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน

"จากที่มีการระดมความเห็นครั้งนี้ สิ่งสำคัญคือเอกชนและภาคประชาสังคมต่างเห็นด้วยที่จะให้เกิดโครงการนี้ โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ และรายได้จากการขายเชื้อเพลิงที่มาจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและพืชพลังงาน เช่น หญ้าเนเปียร์ โดยสัดส่วนการถือหุ้นเบื้องต้นของชุมชนในโรงไฟฟ้าจะอยู่ที่ราว 10-30%" นายสนธิรัตน์กล่าว

สำหรับข้อเสนอหนึ่งที่ทาง พพ.หยิบยกมาและส่วนใหญ่เห็นด้วยคือส่วนแบ่งรายได้ที่จะนำคืนสู่ชุมชนจากโรงไฟฟ้าชุมชนนั้นจะมีอย่างน้อย 0.25 บาทต่อหน่วย โดยคงจะต้องระดมสมองในรายละเอียดอีกครั้งเพราะจะต้องให้สอดรับกับอัตรารับซื้อไฟฟ้ารูปแบบ FiT (Feed in Tariff) ซึ่งยืนยันหลักการว่าจะต้องไม่กระทบค่าไฟประชาชนในภาพรวม ขณะเดียวกัน ในส่วนของเงินลงทุนคงจะต้องนำเสนอให้สถาบันการเงินของภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาก่อน แต่หากที่สุดไม่จูงใจพอก็จะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อให้สถาบันการเงินของภาครัฐมาร่วมดำเนินการ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พพ.ได้นำเสนอรูปแบบโรงไฟฟ้าชุมชน 7 รูปแบบเบื้องต้นและเสนอรูปแบบร่วมทุนให้วิสาหกิจชุมชนถือหุ้น 10% (หุ้นบุริมสิทธิ) ที่เหลือเป็นเอกชน 90% โดยสามารถดึงภาครัฐเข้ามาร่วมถือหุ้นในส่วนของเอกชนได้ด้วย ระยะเวลาสนับสนุน 20-25 ปี แต่ FiT ยังไม่ได้มีการระบุชัดเจนแต่เสนอให้ส่วนแบ่งรายได้คืนสู่ชุมชนอย่างน้อย 0.25 บาทต่อหน่วย โดยให้นำเข้ากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ขณะที่เชื้อเพลิงทางการเกษตรจะเป็นรูปแบบราคาประกัน ส่วนควิกวินชุมชนจะต้องถือหุ้นมากกว่า 10% และส่วนแบ่งรายได้คืนชุมชนก็จะต้องมากกว่า 0.25 บาทต่อหน่วย การส่งเสริมจะดึงกองทุนเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์พลังงานและกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้ามาร่วมพัฒนา เป็นต้น


ทั้งนี้ ในที่ประชุมตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ยืนยันว่าจะสนับสนุนโครงการนี้เนื่องจากมีโครงการที่จะสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนที่พร้อมรองรับได้ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน (ส.อ.ท.) เสนอให้การถือหุ้นบุริมสิทธิ 10% หลังดำเนินงาน 1 ปีก็ให้เพิ่มหุ้นสามัญอีก 20% ขณะที่ กฟผ.ได้เสนอให้สัดส่วนถือหุ้นระหว่างรัฐ เอกชน และหน่วยงานของรัฐหรือบริษัทเครือรัฐวิสาหกิจถือหุ้นในอัตราส่วนที่เท่ากัน เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...