xs
xsm
sm
md
lg

อัปเดต “กลุ่มดุสิต” หลังปิด รร.ลุย “ฟูด-เอดูเคชัน-พร็อพเพอร์ตี้”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - อัปเดตความคืบหน้า ผ่านมาเกือบ 1 ปีหลังยุติบริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ สู่ โครงการใหม่ "ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค" ที่จะเปิดให้บริการทั้งโครงการในปี 67 ล่าสุด "กลุ่มดุสิต" จัดเต็มการลงทุนใน 3 ส่วน คือ ฟูด เอดูเคชัน และพร็อพเพอร์ตี้ กับการลงทุนร่วม 1,000 ล้านบาทในช่วงปี 63-65 สู่เป้าหมายหลักเน้นรักษาแบรนด์ และพนักงานกว่า 300 คนให้มีงานทำ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มดุสิตหลังยุติให้บริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อปรับปรุงและสร้างใหม่ โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (Mixed-use Real Estate Development) ในนาม “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการทั้งโครงการภายในปี 2567 นั้น

ความตั้งใจหลักหลังจากนี้คือการกระจายความเสี่ยงภายใต้ 3 เป้าหมายหลัก คือ 1. การบาลานซ์การลงทุนและบริหารระหว่างภายในกับภายนอกประเทศ 2. ขยายฟุตพรินต์โรงแรมจาก 28 แห่งใน 7 ประเทศ เพิ่มเป็น 35 แห่งใน 14 ประเทศแล้วในปี 2562 นี้ โดยมุ่งขยายการให้บริการมากขึ้น โฟกัสในเรื่องไลฟ์สไตล์ อย่าง ลักชัวรีไฮเอนด์วิลลา เป็นต้น รวมแล้วมี 271 สาขาในปัจจุบัน แบ่งเป็น โรงแรม 34-35 แห่ง และพร็อตเพอร์ตี้ 237 แห่งใน 14 ประเทศ และ 3. การขยายธุรกิจจากโรงแรม 80-90% และเอดูเคชัน 10% ไปสู่ฟูดมากขึ้น

"เป้าหมายหลักของกลุ่มดุสิตหลังยุติบริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ คือการรักษาแบรนด์ และดูแลให้พนักงานกว่า 300 คนมีงานทำ จากการโฟกัส 5 ธุรกิจ คือ บริการโรงแรม ร้านอาหาร สปา ธุรกิจจัดเลี้ยง บริการแม่บ้านและทีมทำความสะอาด เพื่อรองรับพนักงานและแบรนด์โดยไม่ขาดทุน หรือระหว่างนี้ยังคงมีการเติบโตของรายได้ที่ 10-15% ต่อปี ซึ่งในภาพใหญ่ใน 5 ปีจากนี้ต้องการบาลานซ์ 3 ส่วนหลัก คือ การลงทุน การบริหาร และเช่า ในสัดส่วนราว 30-35% เท่าๆ กัน ขณะที่การลงทุน (Capex) ช่วงปี 63-65 วางไว้ 1,000 ล้านบาท กับธุรกิจใหม่ๆ

สำหรับธุรกิจฟูดนั้นเป็นธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริม เป็นการลงทุนเพิ่ม เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2561 เช่น 1. การเข้าไปลงทุน 100% กับบริษัท NR Food ซึ่งมีแบรนด์ร้านอาหารหลายแบรนด์ โดยมีแผนนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 63 ส่วนรายได้ปีนี้ตั้งเป้า 1,000 ล้านบาท 2. การเข้าไปถือหุ้น 70% กับ Epicurd catering ให้กับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ 30 แห่งในไทย รายได้ 400 ล้านบาทต่อปี จากนี้จะไปลงทุนในเวียดนามเพิ่ม จากให้บริการโรงเรียนนานาชาติอยู่ 3-4 แห่ง 3. Real food ลงทุนไป 20 ล้านบาทใน 2 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้นลงทุนกับเวอร์จิ้นแอ็กทีฟ กับร้าน This 101 จากนี้จะลงทุนต่างประเทศเพิ่มในสิงคโปร์ ออสเตรเลีย จีน รวมถึงลงทุนเองและร่วมกับพาร์ตเนอร์รายอื่น เช่น การลงทุนในอเมริกา กับทางเดวิส ทอมสัน กับเครื่องปรุง ภายใต้แบรนด์ของดุสิตเอง คือ "ของไทย" จับกลุ่มร้านอาหารไทยที่รสชาติไม่ไทยแท้ซึ่งมีอยู่หลายพันร้าน ซึ่งในกลุ่มฟูดปีนี้ทำรายได้ที่ 10% ของรายได้รวม ตั้งเป้าใน 3 ปีเพิ่มเป็น 15% หรือในปี 65 ฟูดจะมีรายได้ที่ 1,000 ล้านบาท ส่วนเอดูเคชันวางไว้ 15% เช่นกัน โดยธุรกิจหลักคือ โรงแรม วางไว้ที่ 70%

ทั้งนี้ ในส่วนของพร็อพเพอร์ตี้ นอกจากโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ยังมีการร่วมทุนกับทางออริจิ้น กับโครงการเรสซิเดนซ์ที่ศรีราชา ชื่อ เดอะแฮมตัน เป็นคอนโดมิเนียม หลังจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มอีก ตั้งเป้าทุกปีต้องขยายเพิ่ม 10-12 แห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในแบบโรงแรมและแบรนด์เดอะเรสซิเดนซ์ เช่น อังกฤษ กำลังศึกษาอยู่, ลักชัวรีวิลลา กับ อีริค เฮฟเวน และเรสซิเดนซ์ในปีหน้าที่ไทย 1 แห่ง คือ เยาวราช 12 และต่างประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ พม่า ญี่ปุ่น

ขณะที่ธุรกิจเอดูเคชันที่ก่อตั้งมา 26 ปี กับวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม ล่าสุดเดือน ส.คที่ผ่านมาได้เปิดโรงเรียนใหม่ 1 แห่งที่ฟิลิปปินส์ เป็นต้น




กำลังโหลดความคิดเห็น...