xs
xsm
sm
md
lg

“จุรินทร์”เผย กนย.ไฟเขียวประกันรายได้ยางพารา ใช้งบ 2.4 หมื่นล้าน จ่ายส่วนต่าง 3 ชนิด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“จุรินทร์”เผยคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ไฟเขียวทำโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางจำนวน 3 ชนิด กำหนดราคายางแผ่นดิบ กิโลละ 60 บาท น้ำยางสด 57 บาท ยางก้อนถ้วย 23 บาท ใช้งบรวม 2.4 หมื่นล้านบาท เตรียมชง ครม. อนุมัติต่อไป ระบุยังได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรที่ตกหล่นขึ้นทะเบียนได้ และร่นระยะเวลาจ่ายเงินงวดแรกให้เร็วขึ้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2562 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 1/2562 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกรรมการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวเข้าร่วม ได้อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 มีมติให้ประกันรายได้ยางพาราในยาง 3 ชนิด คือ ยางแผ่นดิบราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม น้ำยางสด 57 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย 23 บาทต่อกิโลกรัม ของสวนยางที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป สูงสุดครัวเรือนละ 25 ไร่

โดยการเข้าร่วมโครงการ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนก่อน และเกษตรกรที่ตกหล่นยังสามารถขึ้นทะเบียนได้ และคณะกรรมการระดับตำบลและการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จะตรวจสอบว่าปลูกจริงหรือไม่ ยางชนิดไหน และรายได้ส่วนต่าง เจ้าของสวนยาง 1.4 ล้านราย ผู้กรีดยาง 3 แสนรายโดยประมาณจะได้รับสิทธิ ซึ่งรัฐบาลใช้งบประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท โดยจะนำมตินี้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้ ได้อนุมัติขยายวงเงินสินเชื่อและปรับปรุงวิธีการดำเนินงานโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท การอนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการ (ยางแห้ง) วงเงินสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท การอนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง วงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท การอนุมัติขยายระยะเวลาและปรับปรุงวิธีการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมได้กำหนดการจ่ายเงินงวดแรกให้เร็วกว่าเดิมจากวันที่ 15 ธ.ค.2562 ร่นมาเป็นระหว่างวันที่ 1-15 พ.ย.2562 เนื่องจากโครงการประกันรายได้ยางพารา ยังต้องมีคณะกรรมการระดับตำบลเป็นผู้ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง และต้องปรับราคาอ้างอิงเป็นราคาระหว่างเดือนเม.ย.-ก.ย.2562 จากนั้นจ่ายงวดสอง 1-15 ม.ค.2563 งวดสาม 1-15 มี.ค.2563 โดยมีกระบวนการ คือ กยท. ต้องตรวจสอบความถูกต้อง เสร็จแล้วส่งผลให้ ธ.ก.ส. ซึ่งจะใช้เวลา 3 วัน จะโอนเงินทันที ดังนั้น กยท. ต้องตรวจสอบเสร็จภายในวันที่ 12 โดยในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหามาตรการนี้ต้องให้ ครม. เห็นชอบ ก่อนนำเสนอบอร์ด ธ.ก.ส. เพื่อเห็นชอบก่อนภายใน 24-25 ต.ค.นี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...