xs
xsm
sm
md
lg

“สุริยะ” เผย “เมติ” พร้อมจัดทัพนักธุรกิจญี่ปุ่นลุยพื้นที่ “อีอีซี” อีกระลอก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"สุริยะ" สุดปลื้มผลเดินทางเยือนญี่ปุ่นดึงลงทุน รมว.เมติยืนยันสานต่อนโยบายร่วมไทยขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 พร้อมจ่อนำคณะนักธุรกิจญี่ปุ่นลุยศึกษาโอกาสการค้าและลงทุนร่วมกันอีกครั้งโดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมคารวะ นายอิสซู ซูกาวาระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (เมติ) และได้ตอบรับคำเชิญของไทยที่จะนำคณะนักธุรกิจของญี่ปุ่นมาเยือนไทยอีกครั้งเพื่อมาศึกษาความพร้อมและโอกาสการส่งเสริมการค้าและการลงทุนต่อเนื่องกับไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

"นายฮิโรชิเกะ เซโกะ รมว.เมติคนก่อน เคยได้นำคณะธุรกิจญี่ปุ่นราว 500-600 คนมาเยือนไทยระหว่าง 11-13 กันยายน 2560 และได้ลงไปศึกษาพื้นที่อีอีซี เราได้เชิญชวนให้เขามาอีกครั้ง ซึ่งเขาได้รับปากที่จะมาแน่นอนแต่เวลายังไม่ได้กำหนด" นายสุริยะกล่าว

ทั้งนี้ รมว.เมติยินดีที่จะสานนโยบาย Connected Industries ที่ร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไทย-ญี่ปุ่นไปสู่ 4.0 และเชื่อมไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) พร้อมให้ความร่วมมือในการปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ของไทยโดยเฉพาะการสนับสนุนการดึงลงทุน ด้านระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบหุ่นยนต์ (Robotic) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 27 ก.ย. กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ลงนาม (MOU) กับสมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTECS) เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีร่วมกันโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย ซึ่ง กสอ.วางเป้าหมายที่จะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนา System Integrator หรือ SI (ผู้ที่ทำหน้าที่ออกแบบและติดตั้งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรม) 1,400 รายภายใน 4 ปี


ทั้งนี้ จากการหารือกับนายทาเคชิ อุชิยามาดะ ประธาน JTECS และในฐานะประธานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ จำกัด ที่ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้กับโรงงานในประเทศไทย ทำให้สามารถผลิตรถยนต์ได้ถึงปีละกว่า 750,000 คันซึ่งโตโยต้ายังยืนยันแผนการผลิตรถยนต์ในไทยปี 2568 จำนวนทั้งหมด 5.5 ล้านคัน แบ่งเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 5 แสนคัน และรถพลังไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) 5 ล้านคัน เนื่องจาก EV ยังมีข้อจำกัดที่ราคาแบตเตอรี่ยังสูง สถานีชาร์จยังน้อย


นายสุริยะยังกล่าวถึงการหารือกับ นายอิชิซูกะ ฮิโรอากิ ประธานองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO) พร้อมด้วยคณะว่า ได้ร่วมการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการประหยัดพลังงานผ่านโครงการต่างๆ รวมถึงนโยบาย BCG คือ Bio Economy, Circular Economy และ Green Economy เพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของทั้ง 2 ประเทศ เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...