xs
xsm
sm
md
lg

“JKN” ผนึกพาร์ตเนอร์ลุยคอนเทนต์ แตกไลน์สกินแคร์เจาะโฮมชอปปิ้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

แอน-จักรพงษ์
ผู้จัดการรายวัน 360 - คีย์แมน 'เจเคเอ็น' ยึดกลยุทธ์ "ขายตัวตน" โฟกัสการทรานส์ฟอร์ม 3 ด้าน “ตัวตน-ธุรกิจ-ประเทศ” สู่ระดับโกลบอล แตกไลน์ธุรกิจเพิ่มเน้นสร้างคอนเทนต์เอง ล่าสุดจัดงาน JKN Mega Showcase 2019 ชูคอนเทนต์ใหม่ลงตลาดครึ่งปีหลัง มั่นใจทั้งปี 62 โตอย่างน้อย 10%

นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ 'แอน-จักรพงษ์' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยว่า ครึ่งแรกปี 2562 เจเคเอ็นตั้งเป้ารายได้โต 15-20% แต่ทำได้ถึง 27% กำไรโตขึ้นเป็น 150 ล้านบาท หลังจากนี้จะเน้นตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะมีพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ เข้ามา กับคอนเทนต์ใหม่ที่น่าสนใจ รวมถึงมุ่งในแพลตฟอร์ม OTT 3 ราย หนึ่งในนั้นคือ ไลน์ทีวี นำเสนอคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ เช่น ซีรีส์ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2563 เจเคเอ็นจะต้องก้าวขึ้นสู่ผู้นำคอนเทนต์ระดับอาเซียน ซึ่งแนวทางหลัก คือ การโคโปรดักชันส์ ผลิตคอนเทนต์เอง ซึ่งแผนปีหน้าจะร่วมกับทางช่องทีวีของฟิลิปปินส์ผลิตซีรีส์ 30-40 ตอนเพื่อขายไปทั่วโลกรวมถึงในไทยด้วย คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนที่อยู่ในงบลงทุนรวมของการซื้อคอนเทนต์ใหม่ๆ ต่อปีที่ใช้อยู่ 800-1,000 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านี้เล็กน้อย

จากปัจจุบัน เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ดำเนินธุรกิจคอนเทนต์ 3 ด้าน คือ 1. นำเข้าคอนเทนต์ต่างประเทศ เช่น ซีรีส์อินเดีย ฟิลิปปินส์ 2. ส่งออกคอนเทนต์ไปต่างประเทศ โดยเฉพาะละครช่อง 3 รวม 180 เรื่อง และ 3. พัฒนาธุรกิจใหม่ กับรายการ CNBC 5 รายการในปีนี้ และอีก 2 รายการในปีหน้า ซึ่งธุรกิจเหล่านี้อยู่ภายใต้แนวคิด Transforming is going สู่การตลาดโลกอนาคต

"เจเคเอ็นจะก้าวไปสู่ระดับรีจีนัลและโกลบอล รวมถึงนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ SET จาก MAI ได้ ก็ด้วยแนวคิด Transforming is going เริ่มตั้งแต่การทรานส์ฟอร์มตัวตน ในฐานะผู้นำขององค์กร ต้องทำตัวเองให้เป็นสินค้า ให้คนรู้จัก เป็นเรื่องของการตลาด ต่อมาคือ การทรานส์ฟอร์มบิสิเนส จะต้องรู้และก้าวให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงว่ายุคนี้ไม่ใช่การแข่งขันของแพลตฟอร์มแต่เป็นเรื่องของคอนเทนต์ และสุดท้ายคือ การทรานส์ฟอร์มคันทรี คือการนำพาประเทศไทยสู่เวทีโลก จากการส่งออกคอนเทนต์ของไทยออกไป" แอน-จักรพงษ์กล่าว

ล่าสุด เจเคเอ็นพร้อมจัดงาน JKN Mega Showcase 2019 ภายใต้แนวคิด Showcase Showgirls ขึ้นในวันที่ 19 ก.ย นี้ เพื่อนำเสนอลิขสิทธิ์คอนเทนต์หนัง ซีรีส์อินเดียและฟิลิปปินส์ มาจำหน่ายในไทยจนถึงปลายปีนี้ พร้อมโชว์คอนเทนต์จากการผลิตรายการภายใต้แบรนด์ JKN-CNBC หวังดันยอดขายในประเทศทำได้มากกว่า 500 ล้านบาท ที่ทำไว้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ โดยมองว่าถึงสิ้นปีนี้บริษัทจะมีรายได้รวมเติบโตขี้นอย่างน้อย 10% ซึ่งรายได้มาจาก 3 ส่วนหลัก คือ 1. ขายคอนเทนต์ในประเทศ 60-65% 2. ส่งออกคอนเทนต์ 30-35% 3. รายได้โฆษณา 5-10%

**เจเคเอ็นกรุ๊ปลุยพร็อพเพอร์ตี้และคอนซูเมอร์โปรดักต์**
นายจักรพงษ์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมของเจเคเอ็นมี 3 บริษัทใหญ่ คือ 1. เจเคเอ็น โกลบอลมีเดีย จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านคอนเทนต์ 2. เจเคเอ็น แลนด์มาร์ค เป็นธุรกิจครอบครัวด้านพร็อพเพอร์ตี้ ตั้งมา 35ปี ทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท ล่าสุดจะใช้งบลงทุน 2,500 ล้านบาทสร้างซูเปอร์คอมเพล็กซ์ กับโครงการ The Liver King บนพื้นที่ 15 ไร่ คาดเปิดให้บริการได้ในปีหน้าแบบ 24 ชม. เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และ 3. เจเคเอ็น ลีฟวิ่งเน็ตเวิร์ก เป็นธุรกิจส่วนตัวด้านคอนซูเมอร์โปรดักต์ ตอนนี้มีสินค้า 15+2 ตัว ทั้งของตัวเองและพันธมิตรที่จะทำตลาดให้ โดยจะเน้นขายในรูปแบบทีวีโฮมชอปปิ้งเท่านั้น หลังจากนี้จะมีการจับมือกับโฮมชอปปิ้งเป็นสเต็ปต่อไป ส่วนแบรนด์ที่ทำเองนั้น ชื่อ "Instinct" กับ 2 ผลิตภัณฑ์ คือ บอดี้โลชั่น และเพอร์ฟูม
กำลังโหลดความคิดเห็น...