xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.สผ.ทำแผน DEA รื้อแท่น “บงกช” จ่อเสนอกรมเชื้อเพลิงฯ ต้นปีหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปตท.สผ.เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนโครงการบงกชเสนอกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในต้นปี 2563 ตามกฎกระทรวงฯ แม้ว่าทางปฏิบัติจริงจะยังไม่ต้องรื้อถอนแท่นและสิ่งติดตั้งในทะเลในโครงการบงกช หลังจากชนะประมูลโครงการดังกล่าว


นางสาวกาญจนา ลังกาพินธุ์ หัวหน้ากลุ่มความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมการรื้อถอน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนโครงการบงกช แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย หมายเลข 15 16 และ 17 ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. วันนี้ (17 ก.ย.) ว่า โครงการบงกชภายใต้สัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 5/2515/9 และ 3/2515/7 โดย ปตท.สผ.เป็นผู้รับสัมปทานร่วมกับบริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ โดยจะสิ้นระยะเวลาลงในปี 2565 และปี 2566 ตามลำดับ และต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง เรื่องกำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่ายและหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. 2559


แม้ว่า ปตท.สผ.จะเป็นผู้ชนะการเปิดประมูลโครงการบงกช หมายเลข G2/61 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ตามมติ ครม.เมื่อเดือน ธ.ค. 2561 ทำให้ ปตท.สผ.ยังคงกำลังการผลิตปิโตรเลียมโครงการบงกชอย่างต่อเนื่องภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานฉบับเดิมต่อไปได้อีก 20 ปีหรือสิ้นสุดในปี 2586 ก็ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎกระทรวงดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้ผู้รับสัมปทานต้องยื่นรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมการรื้อถอนสิ่งติดตั้งของโครงการบงกชให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเห็นชอบเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ปีก่อนช่วงเวลาที่คาดว่าจะเริ่มต้นกิจกรรมการรื้อถอนที่จะเริ่มต้นเมื่อสิ่งติดตั้งสิ้นสุดการใช้งานแล้วเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม ปตท.สผ.ก็ยังต้องทำรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน (Decommissioning Environmental Assessment : DEA) เสนอต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในต้นปี 2563 หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.สงขลา และ จ.พังงา แล้วเหลือรับฟังความคิดเห็นฯ ในภาคกลาง คือ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการปิโตรเลียมได้ผ่านความเห็นชอบแผนการรื้อถอนเบื้องต้น (Initial Decommissioning Plan) ของ ปตท.สผ.


นางสาวกาญจนากล่าวว่า ทาง ปตท.สผ.ได้ยื่นเสนอใช้แท่นผลิตปิโตรเลียมและสิ่งติดตั้งในทะเลของโครงการบงกชต่อไปโดยจะยังไม่มีการรื้อถอน เนื่องจาก ปตท.สผ.เป็นผู้ชนะประมูลโครงการบงกช ดังนั้นรายงาน DEA ที่เสนอไปก็จะนำมาทบทวนใหม่หลังใกล้สิ้นสุดสัญญาสัมปทานใหม่


ทั้งนี้ โครงการบงกชมีสิ่งติดตั้งในทะเลแบ่งเป็น 5ประเภท ได้แก่ 1. กลุ่มแท่นศูนย์การผลิต จำนวน 2 ศูนย์ คือ ศูนย์การผลิตบงกชเหนือ (ประกอบด้วย แท่นผลิต แท่นที่พักอาศัย แท่นชุมทางท่อ แท่นเผาก๊าซ แท่นแยกก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ และแท่นหลุมผลิต WP1) และศูนย์การผลิตบงกชใต้ (ประกอบด้วย แท่นผลิต แท่นที่พักอาศัย แท่นเผาก๊าซ และแท่นหลุมหลิ WPS1) 2. แท่นหลุมผลิต 58 แท่น 3. เรือกักเก็บปิโตรเลียม จำนวน 1 ลำ 4. ท่อขนส่งใต้ทะเล จำนวน 63 แนวท่อ และ 5. โครงสร้างเชื่อมต่อระบบท่อขนส่งใต้ทะเล (Subsea PLEM) และWYE จำนวน 7 ชิ้น


สำหรับการจัดทำรายงาน DEA ดังกล่าว ปตท.สผ.ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย เตตร้าเทค อิงค์ บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด และบริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ศึกษาและจัดทำ DEA โดยวิธีการรื้อถอนแท่นและสิ่งติดตั้งในทะเลอยู่ 2 แนวทางหลักคือ การนำไปกำจัดบนฝั่ง และการนำไปทำปะการังเทียม ซึ่งการนำไปทำปะการังเทียม ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการอนุมัติจาก 4 หน่วยงาน คือ กองทัพเรือ กรมประมง กรมเจ้าท่า และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงจะสามารถดำเนินการได้ โดยจะเลือกวิธีการรื้อถอนตามแนวทางใดต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่าย เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...