xs
xsm
sm
md
lg

“วีรศักดิ์” สั่งลุยพัฒนาธุรกิจดูแลผู้สูงอายุรับสังคมสูงวัย หลังประเมินปี 73 จะมีถึง 18 ล้านคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“วีรศักดิ์” สั่งเร่งพัฒนาธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ รองรับการเติบโตของสังคมสูงวัย คาดปี 63 จะมีผู้มีอายุเกิน 60 ปีราว 13 ล้านคน และเพิ่มเป็น 18 ล้านคนในปี 73 เผยการพัฒนาธุรกิจยังสามารถดึงดูดผู้สูงอายุจากต่างชาติเข้ามาใช้บริการ และสร้างรายได้เข้าประเทศได้เพิ่มขึ้น และยังหนุนการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกเป็นจำนวนมาก

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งพัฒนาธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศให้มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล พร้อมหาวิธีสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเข้ามาลงทุนในธุรกิจดูแลผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยให้ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น นอกเหนือจากรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลได้จัดสรรให้ และถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุในการใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ ซึ่งปัจจุบันบุตรหลานมักจะเลือกใช้บริการธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศในการดูแลบุพการีหรือผู้สูงวัย ฉะนั้น ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทยจึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

ทั้งนี้ ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในอีก 1-2 ปีข้างหน้า คาดว่าในปี 2563 จะมีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี ราว 13 ล้านคน และในปี 2573 จะมีผู้สูงอายุเกินกว่า 18 ล้านคน หรือ 27% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะไทยเท่านั้น แต่ทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็จะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา และประเทศในกลุ่มนอร์ดิก เช่น ไอซ์แลนด์ และฟินแลนด์ เป็นต้น และเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของจำนวนผู้สูงอายุในประเทศกับจำนวนธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ จะเห็นได้ว่าธุรกิจดูแลผู้สูงอายุยังคงขาดแคลนและโตไม่ทันตามความต้องการของตลาด โดยในปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบธุรกิจดูแลผู้สูงอายุจำนวนทั้งสิ้น 800 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล จำนวน 341 ราย คิดเป็น 42.63% ทุนจดทะเบียนรวม 2,136.39 ล้านบาท และบุคคลธรรมดา จำนวน 459 ราย คิดเป็น 57.37%

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า การพัฒนาธุรกิจดูแลผู้สูงอายุไม่เพียงแต่รองรับจำนวนผู้สูงอายุในไทย แต่ยังเป็นโอกาสของไทยในการสร้างรายได้เข้าประเทศ ที่ชาวต่างชาติมักจะเดินทางเข้ามาใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายในไทย เนื่องจากไทยมีความพร้อมและมีความได้เปรียบหลายด้าน เช่น คนไทยมีหัวใจรักบริการ ค่าใช้จ่ายมีความสมเหตุผล มีสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนที่หลากหลาย และยังมีสถานบริการทางการแพทย์และสถานบริการสุขภาพที่ครบครัน ซึ่งจากองค์ประกอบที่ครบถ้วนนี้ ทำให้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของไทยสามารถตอบโจทย์ผู้สูงอายุจากทั่วทุกมุมโลกได้ครบทุกมิติ

นอกจากนี้ การพัฒนาธุรกิจดูแลผู้สูงอายุยังจะช่วยสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและก่อเกิดรายได้ต่อเนื่องกับธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น บริการออกแบบที่พักอาศัย การท่องเที่ยว บริการความงาม โรงพยาบาล ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต โรงเรียนสอนบุคลากรดูแลผู้สูงวัย การค้าออนไลน์ การทำธุรกรรมออนไลน์ และการบริการหลังความตาย เป็นต้น

ปัจจุบันธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในไทยแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ คือ 1. บ้านพักคนชรา (residential Home) 2. สถานบริการช่วยเหลือในการดำรงชีวิต (Assisted Living) 3. สถานบริบาล (Nursing Home) 4. สถานดูแลระยะยาวในโรงพยาบาล (Long-term Care Hospital) และ 5. สถานดูแลระยะสุดท้าย (Hospice Care)


กำลังโหลดความคิดเห็น...