xs
xsm
sm
md
lg

“สุริยะ” รุดหาข้อมูลเวียดนามปรับจูนแพกเกจดึงทุนนอกจ่อชง “สมคิด”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สุริยะ” เดินสายเก็บข้อมูลการลงทุนเวียดนาม หวังนำมาปรับเพื่อดึงดูดการลงทุนในไทย สั่ง สศอ.เร่งศึกษาแนวทางเสร็จใน 2 สัปดาห์ก่อนนำเสนอ “สมคิด” เห็นชอบ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างการพบปะภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยในเวียดนาม ณ สถานกงสุลใหญ่ประจำประเทศเวียดนาม ว่า หลังจากที่ได้ศึกษามาตรการส่งเสริมการลงทุนของเวียดนามแล้ว ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สรุปแนวทางในการดึงดูดการลงทุนของไทยภายใน 2 สัปดาห์เพื่อเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อประกาศมาตรการในการดำเนินงานต่อไป

“จากสงครามการค้าทำให้นักลงทุนบางส่วนกำลังพิจารณาในการย้ายฐานการลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนที่อยู่ในประเทศจีน ซึ่งเวียดนามเป็นหนึ่งเป้าหมายของการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่มีมากขึ้น ซึ่งจากการมาศึกษาก็พบว่าไทยเองยังมีข้อได้เปรียบที่จะดึงดูดการลงทุนได้อีก” นายสุริยะกล่าว

ทั้งนี้ หากพิจารณาข้อได้เปรียบของเวียดนามจะพบว่ามีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ มีตลาดที่ใหญ่เพราะมีประชากรถึง 95 ล้านคน มีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (FTA เวียดนาม-อียู) เป็นต้น ขณะที่ไทยมีข้อได้เปรียบที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อม นโยบายการลงทุนไทยเปลี่ยนแปลงน้อยแม้การเมืองจะเปลี่ยนไปก็ตาม แรงงานฝีมือมีพร้อม ฯลฯ

"ตอนนี้การเมืองของไทยก็มีการเลือกตั้งแล้วมีมาตรการต่างๆ ที่จะดูแลเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องหลายอย่างที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ เช่น การทำข้อตกลง FTA ไทย กับอียู จากนี้ไปไทยก็คงจะมองการทำข้อตกลงเพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและลงทุนมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าภาพรวมครึ่งปีหลังของปีนี้การลงทุนไทยจะดีกว่าครึ่งปีแรก" นายสุริยะกล่าว


ทั้งนี้ เวียดนามมีอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำกว่าไทย และมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตประมาณ 6-7% มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ดังนั้น นักลงทุนไทยที่มุ่งเน้นการผลิตที่ใช้แรงงานสูงจึงควรมองโอกาสการมาลงทุนในเวียดนามด้วยเช่นกันเพราะจะช่วยในเรื่องของการสร้างเงินตราต่างประเทศเข้าไทย

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า แพกเกจที่จะออกมาเพื่อดึงดูดการย้ายฐานการผลิตนั้นจำเป็นต้องหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ฯลฯ อีกครั้ง ซึ่งจะไม่เน้นสิทธิประโยชน์การลงทุนเป็นหลักแต่จะเน้นการเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน เช่น การอนุมัติ อนุญาตต่างๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น การพิจารณาแต่ละกลุ่มประเทศที่ต่างกัน เป็นต้น โดยแพกเกจนี้จะกำหนดระยะเวลาเพื่อให้นักลงทุนตัดสินใจเร็วขึ้น

นายมนตรี สุวรรณโพธิศรี ประธานบริษัทซีพี เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น กล่าวระหว่างให้การต้อนรับนายสุริยะและคณะในการเดินทางมาศึกษาดูงานที่เวียดนามว่า การลงทุนในเวียดนามนั้นถือเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่ไม่ควรมองข้ามเพราะมีประชากรจำนวนมาก จึงควรมองในเรื่องของการเป็นพันธมิตร ขณะที่ไทยเองยังมีศักยภาพสูงในการลงทุน โดยไทยควรจะต้องพิจารณาว่าสิทธิประโยชน์ใดที่ควรจะเพิ่ม กฎหมายต่างๆ ที่จะเอื้อมากขึ้น รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะรองรับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...