xs
xsm
sm
md
lg

เอกชนชงข้อเสนอ”บิ๊กตู่”แก้วิกฤติขยะในไทย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาคเอกชนเสนอ”บิ๊กตู่”แก้วิกฤติขยะของประเทศ ชง4ข่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ด้านพล.อ.ประยุทธ์ขานรับ สั่งมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรฯไปเร่งดำเนินการ หลังมีโรดแมปแผนกำจัดขยะ20ปีแล้ว

วันนี้(26ส.ค.) เอสซีจีจัดงานสัมมนาทางวิชาการว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้หัวข้อ “SD Symposium 10 Years : Circular Economy – Collaboration for Action” เพื่อประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วน ช่วยขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือCircular Economy ในประเทศไทย และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมรับฟังข้อเสนอแนวทางการบริหารจัดการขยะต่อภาครัฐ ในงานสัมนาดังกล่าวมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 1,500 คน

นายสุเมธ ตันติเวชกุล รองประธานกรรมการเอสซีจี กล่าวว่า ปัญหาขยะทางภาครัฐทำเพียงลำพังไม่ได้ เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างขยะ จึงเป็นที่มาของการระดมสมองเพื่อหาแนวทางการจัดการวิกฤตขยะของประเทศ จากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเกือบ 500 คน เพื่อเสนอแนวทางการบริหารจัดการขยะในประเทศไทยต่อนายกรัฐมนตรีโดยได้มีฉันทามติเรื่องการกำจัดขยะ 4 ข้อ

ดังนี้คือ1.ยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานรองรับการบริหารจัดการขยะ หน่วยงานภาครัฐควรมีบทบาทในการสนับสนุนให้เกิดระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานรองรับการจัดการขยะ และจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการขยะแบบคัดแยกที่มีประสิทธิภาพ เช่น ในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ตั้งแต่การจัดเก็บ คัดแยก และนำกลับไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

โดยเฉพาะการจัดการขยะตามแหล่งชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ทั้งแม่น้ำลำคลองและชายทะเล ซึ่งเป็นแหล่งที่ขยะถูกทิ้งลงน้ำ ภาครัฐต้องดูแลจัดให้มีถังขยะเปียกและถังขยะแห้งอย่างเพียงพอ และเพิ่มการให้บริการจัดเก็บขยะให้เพียงพอ ลดการฝังกลบ โดยวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการเปลี่ยนเป็นพลังงาน หากไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างเหมาะสม

2. ผลักดันให้ภาคธุรกิจผลิตสินค้าที่เอื้อต่อการรีไซเคิล และมีส่วนรับผิดชอบต่อการจัดการซากสินค้าเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน โดยกำหนดมาตรฐานการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่ต้องคำนึงถึงขยะที่จะเกิดขึ้นหลังจากการใช้งาน ให้สามารถนำมาหมุนเวียนและเพิ่มมูลค่าของขยะ

รวมทั้งสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมให้มีส่วนผสมของรีไซเคิล ในปริมาณที่เหมาะสม โดยกำหนดเป็นนโยบายการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานดังกล่าวของทางส่วนราชการ และภาครัฐ

3. รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนลดการสร้างขยะ และเพิ่มการรีไซเคิล
โดยให้ประชาชนต้องมีความรู้และเข้าใจว่า ทำไมต้องลดการสร้างขยะ หมุนเวียนใช้ซ้ำให้คุ้มค่าได้อย่างไร เศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยโลกของเราอย่างไร ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรณรงค์ เริ่มจากครอบครัวของเรา ส่งเสริมให้ลูกหลานใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ลดการสร้างขยะ คัดแยกและทิ้งขยะให้ถูกต้อง

โดยให้โรงเรียน บรรจุแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นหลักสูตรภาคบังคับในทุกระดับชั้น และส่งเสริมให้เกิดการคัดแยกขยะที่ถูกต้องเป็นมาตรฐานในทุกโรงเรียน

และ4. บังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษที่มีอยู่อย่างจริงจัง โดยบังคับใช้กฎหมายการทิ้งและการจัดเก็บขยะ และส่งเสริมการจัดการขยะเปียกในครัวเรือนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแยกขยะเปียก โดยเฉพาะเศษอาหารออกจากขยะทั่วไป ด้วยการใช้ถุงขยะเปียก และกำหนดวันจัดเก็บขยะตามประเภท เพื่อให้มั่นใจได้ว่าขยะที่ถูกแยกมาแล้วไม่ได้ถูกนำกลับไปรวมกันเหมือนที่ทุกคนเข้าใจ

บังคับใช้กฎหมายมาตรฐานฉลากผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตแจ้งข้อมูล วิธีการจัดการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์หลังใช้งานตามประเภทของวัสดุบนฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในการคัดแยก และสร้างความตระหนักว่าขยะมีมูลค่า และกำกับดูแลบ่อทิ้งขยะใกล้แหล่งน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมและกลายเป็นขยะทะเล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตนเห็นด้วยและพร้อมนำข้อเสนอแนะทั้ง4ข้อไปดำเนินการแก้ไขลดปัญหาขยะ โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งดำเนินการ ที่ผ่านมา รัฐบาลมีแผนแม่บทกำจัดขยะ20ปี(2561-79)ที่สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ที่ผ่านมารัฐบาลเสียงบประมาณไป2หมื่นล้านบาท เพื่อจัดการปัญหาขยะแต่ก็ดำเนินการได้เท่านี้ โดยช่วงระยะสั้นได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เร่งวางแผนงานแก้ปัญหาโดยเร็ว

ด้านนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาไทยมีขยะถึง28ล้านตันหรือคิดเป็นการสร้างขยะเฉลี่ย 1.15 กิโลกรัม/คน/วัน หากขาดการจัดการที่ดี ก็จะมีปัญหาขยะไหลสู่ทะเล จนเกิดการสูญเสียของสัตว์ต่างๆ ดังกรณีพะยูนมาเรียม ดังนั้น แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงเป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวจากการใช้ทรัพยากรและพลังงานให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดไป

โดยในปีนี้ เอสซีจีเดินหน้านำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยได้ตั้งเป้าการลดการผลิตพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic) จาก 46 %เหลือ 20% ภายในปี 2568 และเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ เป็น 100 %ในปี 2568เช่นกัน จากปีที่แล้วบริษัทสามารถนำของเสียอุตสาหกรรมมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบทดแทน 313,000 ตันของเสียต่อปี และแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน 131,000 ตันของเสียต่อปี

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน)(PTTGC )แกนนำธุรกิจปิโตรเคมีกลุ่ม ปตท. กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.ได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง20%ใน10ปีข้างหน้าเพื่อลดภาวะโลกร้อน รวมทั้งวางเป้าหมายที่จะมีผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ และผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Chemicals)เพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 10% และหยุดผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งใน 5 ปีข้างหน้า


กำลังโหลดความคิดเห็น...