xs
xsm
sm
md
lg

34องค์กรผนึกกำลังลดขยะพลาสติกเร่งรัฐเก็บเงินค่าถุง2บาทบริหารจัดการ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ส.อ.ท.”ร่วมภาคีเครือข่ายรัฐ เอกชน และภาคประชาชนรวม 34 องค์กรภายใต้ PPP Plastic เร่งเครื่องเปลี่ยนขยะพลาสติกนำกลับมาใช้ได้หมด ถกรัฐคลอดกฏบังคับห้างสรรพสินค้า ร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีรัฐนำร่องเก็บค่าถุงพลาสติก2 บาทมาบริหาร 3 ส่วน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)เปิดเผยว่า ไทยเป็นประเทศที่ถูกจัดอันดับในการทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากสุดเป็นอันดับ 6 ของโลกซึ่งทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกส.อ.ท.ร่วมดำเนินโครงการความร่วมมือภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาขยะและพลาสติกอย่างยั่งยืนหรือ PPP Plastic เมื่อ 5 มิ.ย. 61 ซึ่งล่าสุดมีสมาชิก 34 องค์กรโดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนขยะพลาสติกกลับมาเป็นทรัพยากรและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมดตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน(Circular Economy)รวมถึงการให้ความรู้และความเข้าใจในการจัดการพลาสติกหลังการใช้เพื่อให้สามารถลดขยะพลาสติกในทะเลไทยได้ไม่ต่ำกว่า 50% ในปี 2567 โดยขณะนี้ได้มีการหารือกับภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนด้วยการออกมาตรการในภาคบังคับหลายด้าน

ทั้งนี้PPP Plastic ได้วางกรอบการดำเนินงานไว้ 6 เสาหลักได้แก่ 1.การจัดการขยะและสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกโดยทำกรณีศึกษาในเขตเมืองพื้นที่ 7 แห่งในเขตคลองเตยคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2563 และภูมิภาคในพื้นที่องค์กรบริหารส่วนจังหวัดระยองที่ภายในปี 63 จะมีก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะเพื่อจัดการขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ 2. การพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม เช่นการนำเศษพลาสติกไปผสมยางมะตอยทำถนนราดยางฯลฯ 3.กิจกรรมสื่อสารประชาสัมพันธ์ 4. การทำงานร่วมภาครัฐเพื่อพัฒนานโยบายและกฏหมายต่างๆ 5.การจัดทำฐานข้อมูลขยะพลาสติก และ 6.การหาเงินทุนและงบประมาณ

นายอภิภพ พึ่งชาญชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตฯพลาสติก ส.อ.ท.กล่าวว่า PPP Plastic อยู่ระหว่างการหารือกับภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการออกมาตรการบังคับทางกฏหมายที่จะกำหนดให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีของภาครัฐนำร่องจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก(ถุงพลาสติก)ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการแทนการให้ฟรีเช่นปัจจุบันโดยเบื้องต้นได้เสนอไว้ที่ระดับ 2 บาทต่อถุงแล้วนำเงินรายได้ดังกล่าวมาจัดสรร 3 แนวทางได้แก่ 1. จำนวน 25 สตางค์ให้ห้างฯ ร้านดังกล่าวนำไปทำกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร(CSR) 2. จำนวน 50 สตางค์ส่งเข้ากองทุนพลาสติกที่บริหารโดยสถาบันพลาสติกสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมมาดำเนินงาน และ 3. จำนวน 1.25 บาทมอบให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินำไปบริหารจัดการขยะภาพรวม

“ กำลังคุยกันในคณะอนุกรรมการจัดการขยะพลาสติกซึ่งอยู่ภายใต้บอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติโดยคณะนี้ก็มีตัวแทนจากคลังอยู่ด้วยแล้วเพราะเรื่องนี้บอร์ดสิ่งแวดล้อมเองต้องการให้คลังพิจารณาภาษีที่เกี่ยวข้องก่อนเพราะไม่ต้องการให้ออกมาตรการแล้วมีปัญหาโดยเฉพาะในเรื่องของรายได้ที่เกิดขึ้นจากการจำหน่ายถุงเพราะจะเป็นเรื่องของกำไรที่เห็นว่าส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้นิติบุคคลจึงไม่อยากให้นำมารวมไว้ โดยเบื้องต้นกองทุนภายใต้สถาบันพลาสติกนี้จะมีเงินราว 100-200 ล้านบาทต่อปี คาดว่าแนวทางทั้งหมดจะเห็นเป็นรูปธรรมได้ในปี 2563 “นายอภิภพกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...