xs
xsm
sm
md
lg

สถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่นดันทุ่งเมืองเพียต้นแบบขยายผลดินเค็มให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่น สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 กรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาดินเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ชี มูล ในพื้นที่ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จนได้ออกมาเป็น ทุ่งเมืองเพียโมเดล เป็นต้นแบบในการขยายผลการแก้ปัญหาดินเค็มแบบบูรณาการ เน้นการพัฒนาจัดการสร้างป่าต้นน้ำ จัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการแพร่กระจายดินเค็ม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


สถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่นได้นำต้นแบบทุ่งเมืองเพียไปขยายผลส่งเสริมในพื้นที่ที่ประสบปัญหาดินเค็มอย่างต่อเนื่อง คือทำอย่างไรให้ดินเค็มเกิดความสมดุล ไม่ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชหรือสิ่งแวดล้อม โดยพยายามนำปัญหาหรือเทคโนโลยีที่ไม่ตอบโจทย์มาปรับปรุงประยุกต์ให้เข้ากับพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินการให้ได้มากที่สุด รวมทั้งวางแผนแก้ไขปัญหาดินเค็ม ทำแปลงสาธิตการใช้ปุ๋ยพืชสด การใช้เทคโนโลยีพัฒนาพื้นที่ดินเค็มทุกรูปแบบ ตลอดจนเก็บบันทึกข้อมูลเกษตรกร ประเมินผลกระทบด้านรายได้และผลผลิต เพื่อเป็นต้นแบบหรือแนวทางให้เกษตรกรนำไปปรับใช้พัฒนาพื้นที่ของตนเองต่อไป


อย่างบางพื้นที่ดินเค็มและยังประสบปัญหาภัยแล้งปลูกข้าวไม่ได้ผล จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นอะคาเซีย (กระถินออสเตรเลีย) หรือยูคาลิปตัสไม้ยืนต้นทนเค็มบนคันนาเพื่อปรับสภาพแวดล้อมก่อน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมปลูกพืชปุ๋ยสด ได้แก่ โสนแอฟริกัน เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ปรับโครงสร้างดินให้ดีขึ้น โดยแนะนำให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่นา เช่น มีพื้นที่ 4 ไร่ ให้ปลูกข้าว 3 ไร่ อีก 1 ไร่แบ่งมาปลูกโสนแอฟริกัน ซึ่งสถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่นรับซื้อเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดคืนในราคาเฉลี่ย 20 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้จากการขายเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดและยังได้ปรับปรุงบำรุงดินในคราวเดียว พอฤดูกาลต่อไปก็สลับหมุนเวียนพื้นที่จากปลูกโสนแอฟริกันก็มาปลูกข้าว จะช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ เมื่อปลูกสลับหมุนเวียนอย่างนี้จะช่วยฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ปัญหาดินเค็มก็ลดน้อยลง


“อยากฝากถึงเกษตรกรในพื้นที่ดินเค็มว่า ดินเค็มก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินมีองค์ความรู้ มีเทคโนโลยีและปัจจัยการผลิตที่พร้อมจะสนับสนุน ตลอดจนมีโครงการต้นแบบและแปลงสาธิตที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้ทุกเวลา ขอเพียงแต่เกษตรกรมีความตั้งใจและมีความพร้อมที่จะลงมือปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ของตน ก็เชื่อมั่นว่าพื้นที่ดินเค็มเหล่านี้จะสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร” นางนงนุชกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...