xs
xsm
sm
md
lg

“อิชิตัน”สิ้นยุคเจ้าบุญทุ่มงบตลาด ลุ้นชาเขียวปีนี้โงหัว-กลุ่มพรีเมียมพุ่ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 – “อิชิตัน” ปรับกลยุทธ์รุก หมดยุคหว่านเงินงบตลาดเลิกแคมเปญใหญ่ เน้นแคมเปญเฉพาะกลุ่ม ลดงบตลาด พร้อมลุยหนักชาเขียวพรีเมียมปั้นแบรนด์ “ชิซึโอกะ” ยึดหัวหาด เผยครึ่งปีแรก ยอดขาย กำไร พุ่งฟื้นตัว

นายธนพันธ์ คงนันทะ รองกรรมการผู้จัดการสายงานช่องทางจัดจำหน่าย บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้(2562)เป็นปีแรกที่อิชิตันตัดสินใจไม่ทำแคมเปญใหญ่หรือเนชั่นไวด์แบบหว่านล้อมเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่จะหันมาใช้การทำแคมเปญเฉพาะที่เจาะแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ต้องใช้งบการตลาดให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด หลังจากที่ทำแคมเปญใหญ่มาหลายปีแต่ยอดขายที่ได้กลับมานั้นก็เพิ่มขึ้นบ้างแต่ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ทุ่มลงไป
“พวกแคมเปญใหญ่พาเที่ยวญี่ปุ่น แจกทอง แจกรถ คงไม่ทำแล้ว เพราะไม่คุ้มเสีย แต่เราจะมุ่งทำเอนเกจเมนต์กับผู้บริโภค ซึ่งทำให้เราลดงบการตลาดลงไปได้มาก เดิมครึ่งปีแรกปีที่แล้วใช้ถึง 309 ล้านบาท แต่ครึ่งปีแรกนี้ใช้ไป 240 ล้านบาท ที่ผ่านมาการทำแคมเปญใหญ่บางครั้งต้องใช้งบตลาดถึง 80 – 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่มาก โดยครึ่งปีแรกนี้ผลประกอบการเราดี เพราะใช้งบตลาดที่มีประสิทธิภาพทำแคมเปญตามกลุ่มเป้าหมาย งบที่อินโดนีเซียดีขึ้น การขยายตลาดชาพรีเมียม การขยายตัวแทนจำหน่ายจาก DKSH เพิ่ม“
ขณะที่ตลาดรวมชาเขียวเมื่อปีที่แล้ว(2561) มีมูลค่า 11,892 ล้านบาท ยังติดลบมากถึง 10.11% เป็นแบบนี้มาไม่ต่ำกว่า 3 ปีแล้ว จากตลาดที่เคยเฟื่องฟูมากถึง 17,000 ล้านบาท ช่วงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีแรก2562นี้ ตลาดรวมชาพร้อมดื่ม มีมูลค่า 6,439 ล้านบาท หรือ 161 ล้านลิตร เติบโต 5.5% จากงวดเดียวกันปีที่แล้วมี 6,106 ล้านบาท หรือปริมาณ 155.8 ล้านลิตร คาดว่าตลาดรวมปีนี้จะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น เนื่องจากการพยายามผลักดันตลาดจากอิชิตันเองในส่วนของกลุ่มพรีเมียม
โดยตลาดชาพรีเมียมเติบโตเฉลี่ย 30% ในช่วง 3 ปีมานี้ จากเดิมมูลค่าประมาณ 873 ล้านบาท ในปี 2560 เพิ่มเป็น 1,171 ล้านบาทในปี 2561 และเพียงครึ่งปีแรกนี้มีมูลค่า 676 ล้านบาทแล้ว โตมากกว่า 30% โดยชาพร้อมดื่มพรีเมี่ยม มีสัดส่วนประมาณ 11% จากตลาดรวม และคาดว่าในปีนี้กลุ่มชาพรีเมียมจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 13% จากตลาดรวม
ทั้งนี้ อิชิตัน เข้าตลาดชาเขียวพรีเมียมด้วยแบรนด์ ชิซึโอกะ เมื่อปีที่แล้ว โดยใช้วัตถุดิบใบชาที่ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่น เจาะกลุ่มพรีเมียม ราคา 30 บาท ต่อขวดขนาด 440 มิลลิลิตร มี 3 รสชาติ โดยชิซึโอกะ เป็นผู้นำตลาดด้วยแชร์ 37% ส่วนฟูจิฉะอันดับ2มีแชร์ 35% และอิโตเอ็นอันดับ3มีแชร์ 23% และโออิชิโกลด์ 4% และในปีนี้ตั้งเป้ารายได้แบรนด์ชิซึโอกะ ไว้ที่ 300 ล้านบาท
สำหรับตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม รอบล่าสุด โออิชิ เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 44.6% อิชิตันอันดับ2มีแชร์ 31.9%
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ กล่าวถึงผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2562 กำไรสุทธิ 136.8 ล้านบาท โต 550% เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนขาดทุน (30.4) ล้านบาท และโต 19.8% เมื่อเทียบงวดไตรมาส 1/2562 กำไรสุทธิ 114.20 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,645.1 ล้านบาท โต 23.4% จากเดิม 1,333 ล้านบาท
โดยงวด 6 เดือนแรกปีนี้ อิชิตันกำไรสุทธิ 251 ล้านบาท โต 9,940 % จากเดิม 2.5 ล้านบาท มีรายได้จากการขาย 2,964.5 ล้านบาท โต 11.7% จากเดิม 2,654.5 ล้านบาท
ส่วนบริษัทย่อย อิชิตัน อินโดนีเซีย ขาดทุนน้อยลงจาก 55 ล้านบาทในไตรมาส 1/2562 เหลือ 4.8 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2562 โดยในงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีสัดส่วนส่งออกอยู่ที่ 27% ของยอดขายทั้งหมด จึงมั่นใจเป้าหมายรายได้ปีนี้จะเติบโต 12% จากปีก่อนที่มีรายได้ 5,216.2 ล้านบาท ตามที่วางไว้ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...