xs
xsm
sm
md
lg

IRPC เดินหน้าโครงการ MARS มั่นใจครึ่งปีหลังนี้กำไรดีขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไออาร์พีซีเดินหน้าโครงการ MARS มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท หลังศึกษารายละเอียดโครงการอย่างรอบคอบ คาดได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในปีหน้า และแล้วเสร็จในปี 2567 มั่นใจครึ่งปีหลังนี้กำไรดีขึ้นกว่า 6 เดือนแรกปี 62 พร้อมยอมรับปีหน้าพลาดเป้าหมาย EBITDA เท่าความสูงภูเขาเอเวอเรสต์ เนื่องจากสงครามการค้าฉุดเศรษฐกิจโลกซบ


นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อแผนการลงทุนโครงการผลิตอะโรเมติกส์ (MARS) มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) คาดว่าจะได้รับการอนุมัติในปีหน้า ที่ผ่านมาบริษัทได้พิจารณาร่วมกับบริษัทแม่เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการดังกล่าวอย่างรอบคอบหลังจากเกิดสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีนทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยพิจารณาแล้วพบว่าความต้องการใช้พาราไซลีนเพื่อผลิตโพลีเอสเตอร์ในตลาดโลกยังดีอยู่ แม้ว่าจีนจะมีการตั้งโรงงานเพิ่มขึ้นก็ตาม ดังนั้น บริษัทฯ จึงเดินหน้าตามแผนงานเดิมแม้ว่าจะเลื่อนการแล้วเสร็จจากเดิมปี 2566 เป็นปี 2567 ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพรวมโครงการมากนัก


ทั้งนี้ โครงการ MARS มีกำลังการผลิตพาราไซลีน 1-1.3 ล้านตันต่อปี และเบนซีน 3-5 แสนตันต่อปี โดยใช้วัตถุดิบเฮฟวีแนฟธาจากไออาร์พีซีที่เดิมเคยส่งออกหันมาสร้างเพิ่มมูลค่า ส่วนโครงการนี้จะมีการร่วมทุนกับ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) หรือไม่นั้นยังไม่ได้ตัดสินใจ คงต้องมีการพิจารณาร่วมกันต่อไป


นายนพดลกล่าวว่า บริษัทฯ เคยตั้งเป้าหมายว่าจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ค่าเสื่อม ภาษีและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เท่ากับความสูงของภูเขาเอเวอเรสต์อยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาทในปี 2563 นั้น ยอมรับว่าคงทำได้ยากภายใต้สถานการณ์โลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ทั้งสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ราคาน้ำมันและปิโตรเคมี ขณะที่ปัจจัยภายในบริษัทเองก็ได้มีการลงทุนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ บริษัทฯ มี EBITDA ครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 4,600 ล้านบาท ขณะที่ปี 2561 มี EBITDA 1.83 หมื่นล้านบาท

เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ทั้งผลิตภัณฑ์พีพี คอมพาวนด์เกรดพิเศษ (PP Compound) เพื่อนำมาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอกรถยนต์รุ่น FOMM ONE และ HDPE Specialty เกรดพิเศษ ที่ออกแบบให้เนื้อพลาสติกเป็นสีเทาใช้เป็นทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ ควบคู่ไปกับการดำเนินการตามแผนงาน IRPC 4.0 ภายใต้ยุทธศาสตร์ GDP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รับมือกับสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน


สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2562 บริษัทฯ มั่นใจจะมีกำไรสุทธิดีกว่าครึ่งแรกปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 660 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ส่วนต่างน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบ (สเปรด) ดีขึ้นมาอยู่ที่ 17 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 12.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นผลจากนโยบายขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO ) ที่นำดีเซลไปผสมกับน้ำมันเตาเพื่อให้มีกำมะถันต่ำ 0.5% รวมทั้งสิงคโปร์เริ่มเก็บสต๊อกน้ำมันเตากำมะถันต่ำด้วย ขณะที่แนวโน้มสเปรดปิโตรเคมีคาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงครึ่งปีแรก ขณะที่กำลังการกลั่นอยู่ที่ 2.05-2.06 แสนบาร์เรล/วัน สูงขึ้นกว่าช่วงแรกปีนี้ที่มีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 2.03 แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งบริษัทฯ มีศักยภาพที่จะผลิตน้ำมันเตากำมะถันต่ำตามมาตรฐาน IMO ได้ถึง 6 หมื่นตัน/เดือน หลังจากได้มีการส่งออกน้ำมันเตากำมะถันต่ำไปแล้ว 1.5 หมื่นตันในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ไม่มีแผนจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2562


กำลังโหลดความคิดเห็น...