xs
xsm
sm
md
lg

ฟูดเซอร์วิสแข่งดุ-ท่องเที่ยวลด “สยามฟูด” ปรับราคาลง-ลุย ตปท.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - “สยามฟูด” ลุยสยายปีกฟูดเซอร์วิสตลาดต่างประเทศ สร้างความแข็งแรงผ่านบริษัทร่วมทุน ปีนี้ได้ฤกษ์โหมโรงลุยเต็มที่ในเครือข่าย 6 ประเทศของพันธมิตร ขณะที่ตลาดในไทยแข่งราคาสูงต้องปรับลดราคาลงสู้ พร้อมขยายช่องทางใหม่ๆ

นางสาวปรียดา ศรีพิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอาหารสดและอาหารแช่แข็งคุณภาพพรีเมียม รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะขยายธุรกิจฟูดเซอร์วิสไปยังตลาดต่างประเทศในปีนี้อย่างจริงจัง โดยใช้บริษัทร่วมทุนที่ชื่อว่า บริษัท ฟู้ด เซอร์วิส เอพีเอ็มอี จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไทย และตั้งบริษัทกระจายอยู่ใน 6 ประเทศ คือ สิงคโปร์ ดูไบ ฮ่องกง เวียดนาม กัมพูชา และไทย รวมทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทใหม่นี้เป็นการร่วมทุนกับบริษัท อินโด กูน่า ของสิงคโปร์ เพื่อใช้เป็นฐานในการรุกตลาดต่างประเทศ เป้าหมายหลักคือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับตะวันออกกลาง ผ่านเครือข่ายของบริษัทพันธมิตรดังกล่าว

“สำหรับบริษัทร่วมทุนดังกล่าวนี้ตั้งขึ้นเมื่อปีกว่าที่ผ่านมานี้เอง แต่ช่วงที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการดำเนินการ การจัดระบบต่างๆ ซึ่งเริ่มมีการทำธุรกิจไปบ้างแล้ว แต่ว่ายังไม่เต็มที่ แต่ในปีนี้จะเป็นปีแรกที่เริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง โดยพันธมิตรที่ร่วมกันนี้มีเครือข่ายธุรกิจฟูดเซอร์วิสเหมือนกับเรากระจายอยู่ใน 6 ประเทศหลัก คือ สิงคโปร์ ดูไบ ฮ่องกง เวียดนาม กัมพูชา และไทย รวม 14 เมือง”


สาเหตุหลักที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เนื่องจากต้องการสร้างความแข็งแกร่ง และการเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กร ประกอบกับธุรกิจฟูดเซอร์วิสในประเทศไทยก็เป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงโดยเฉพาะในเรื่องของราคา และมีผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดที่มากขึ้นด้วย

นอกจากการขยายตลาดต่างประเทศแล้ว บริษัทฯ ยังได้ปรับกลยุทธ์ในการทำตลาดในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ด้วยการขยายช่องทางใหม่ๆ และการปรับลดราคาสินค้าลงมา ซึ่งปัจจุบันสยามฟูดฯ มีสาขาในประเทศไทย 5 แห่งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุย พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

ทั้งนี้ การขยายช่องทางใหม่จะเน้นไปที่ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นเชนของไทยเป็นหลัก เนื่องจากธุรกิจการท่องเที่ยวที่ลดลงมีผลกระทบต่อธุรกิจฟูดเซอร์วิสด้วยในช่องทางโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวๆ เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง จึงหันมาขยายช่องทางที่เป็นเชนของไทยและร้านฟาสต์ฟูดที่จับตลาดลูกค้าคนไทยมากขึ้น

อีกทั้งขยายไปยังตลาดผู้บริโภคหรือเอนด์ยูสเซอร์มากขึ้นด้วย แต่ตลาดหลักก็ยังคงเป็นตลาดองค์กรและเชนทั้งในส่วนของโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน ธุรกิจจัดเลี้ยง โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร เจ้าของธุรกิจ ผู้ค้าส่ง และศูนย์การค้าชั้นนำ เป็นต้น รวมถึงการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซเพื่อสร้างการเข้าถึงผู้บริโภครายย่อยตั้งแต่ปี 2561 เพื่อจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 มีแผนในการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซให้แก่ลูกค้าประเภทธุรกิจ

ส่วนราคาสินค้าได้ทำการปรับลดลงมาเฉลี่ย 10% เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้ ปัจจุบันสยามฟูดฯ นำเข้าสินค้าจากทั่วโลกมากกว่า 70 แบรนด์ จำนวนกว่า 2,000 รายการ ใน 7 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย 1. เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป 2. อาหารทะเล 3. ผลิตภัณฑ์จากนม 4. ผักและผลไม้ 5. ผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่ง 6. ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และ 7. ผลิตภัณฑ์ผงสำหรับทำน้ำซุป เพิ่มกลิ่น และรสชาติ นอกจากนี้ยังพัฒนาสินค้าเฮาส์แบรนด์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอีกด้วย โดยสัดส่วนสินค้า แบ่งเป็น ซีฟูด 30% เนื้อสัตว์ สัดส่วน 20% แดรี สัดส่วน 20% ที่เหลืออื่นๆ

ล่าสุดจัดงาน “Siam Food Discovery Bangkok” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีของบริษัท ที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก โดยครั้งต่อไปจะจัดที่จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีการจัดงานอีเวนต์ที่เน้นกลุ่มลูกค้า Exclusive เช่น Chef’s Table ด้วย




กำลังโหลดความคิดเห็น...