xs
xsm
sm
md
lg

PTTGC กำไรไตรมาส 2 ร่วง 80%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พีทีที โกลบอล เคมิคอลแจงกำไรไตรมาส 2 ร่วง 80% มาอยู่ที่ 2,202 ล้านบาท เนื่องจากสเปรดน้ำมันและปิโตรเคมีลดลง หลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน คาดครึ่งปีหลังราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 60-65 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

นางสาวดวงกมล เศรษฐธนัง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 ที่ระดับ 2,202 ล้านบาท ลดลง 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนงวด 6 เดือนแรกปีนี้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8,644 ล้านบาทลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 23,215 ล้านบาท

ไตรมาส 2/62 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 106,748 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับลดลงตามแนวโน้มราคาน้ำมัน และส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และโรงกลั่นที่ลดลง และการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานใหม่กดดันต่อผลประกอบการโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกำไรจากการดำเนินการหลัก (ไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันและรายการปรับลดมูลค่าทางบัญชีของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ และผลกระทบจากการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น) จำนวน 4,388 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 47% จากไตรมาส 2/61 โดยเป็นผลจากราคาผลิตภัณฑ์ที่มีการปรับตัวลดลงตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับลดลง และเป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศจีน

ประกอบกับปริมาณการขายที่ลดลงของบริษัท จากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 1 ในไตรมาสนี้ ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และส่วนต่างของผลิตภัณฑ์โรงกลั่นปรับตัวลดลง และเมื่อรวมผลกระทบจากรายการอื่นๆ เช่น รายการปรับลดมูลค่าทางบัญชีของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ผลกระทบจากการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น จากกฎหมายที่มีการปรับเพิ่มจำนวนวันชดเชยหลังเกษียณอายุ โดยเริ่มรับรู้ในเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นจำนวน 784 ล้านบาท (สุทธิภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี) ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2,202 ล้านบาท

สำหรับไตรมาส 2 นี้ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมีค่าการกลั่น (GRM) ที่ไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันอยู่ที่ 3.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ ส่วนต่างผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ปรับตัวลดลงแม้ว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่ยังคงมีอัตรากำลังการผลิตอยู่ในระดับสูง เนื่องจากตลาดมีความกังวลจากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีนและเบนซีนกับคอนเดนเสทปรับตัวลงลงอย่างมาก

ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,283 ล้านบาท สาเหตุหลักเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจโพลีโพรพิลีน ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 692 ล้านบาทจากการปรับตัวแข็งค่าของค่าเงินบาท อย่างไรก็ตาม จากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบดูไบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่งผลให้บริษัทรับรู้ผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและรายการปรับลดมูลค่าทางบัญชีของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Gain Net NRV) ขาดทุนรวม 1,402 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มตลาดน้ำมันในครึ่งหลังปี 62 คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 60-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันดิบในครึ่งปีหลังยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศจีน รวมทั้งความกังวลในเศรษฐกิจโลกอาจกดดันความต้องการใช้น้ำมัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...