xs
xsm
sm
md
lg

เครือซีพีกับแนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของเครือซีพีดำเนินการภายใต้กรอบการดำเนินงานบริหารจัดการ ห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Supply Chain Management) ซึ่งเป็นการจัดการ ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานให้บรรลุตามนโยบายการบริหารห่วงโซ่อุปทาน จรรยาบรรณของคู่ค้า และเป้าหมาย การจัดการห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการตรวจประเมินด้านความยั่งยืนกับคู่ค้าหลักที่มีความสำคัญ และมีความเสี่ยงสูง ตลอดจนสื่อสารให้ผลการดำเนินการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง

กลุ่ม Seafood Task Force คือการรวมกลุ่มธุรกิจของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล ทั้งผู้ซื้อต่างประเทศ ผู้ส่งออกในประเทศ โรงงานแปรรูป โรงงานอาหารสัตว์ ไปจนถึงองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงาน องค์กรด้านเทคโนโลยี การติดตามการประมง และภาครัฐบาลไทย ซึ่งเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ปี 2557 จากการที่อุตสาหกรรมประมงและสินค้าเกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งเลี้ยง โดนสื่อต่างชาติกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานอันไม่เหมาะสม ส่งผลให้ผู้ซื้อในสหภาพยุโรปและอเมริกาหยุดการนำเข้าสินค้าทะเลจากไทย จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันเพื่อปรับปรุงระบบทวนสอบแหล่งที่มาของสินค้าทางทะเล พัฒนาแนวทางการใช้แรงงานที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้แรงงานในแต่ละหน่วย การผลิตในห่วงโซ่อุปทาน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรือประมง) มีความสอดคล้องตามมาตรฐานด้านแรงงานระดับสากล และเพื่อแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตลอดจนสร้างความยั่งยืนอันชัดเจนขึ้นต่ออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงไทย

คุณปิติพงษ์ เดชจารุกุล รองกรรมการผู้จัดการ สำนักวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้ชี้แจงถึงมุมมอง ‘ความยั่งยืน’ อย่างแท้จริง ตามบริบทของกลุ่ม Seafood Task Force ว่า หมายถึงการได้มาซึ่งมาตรฐานหรือแนวทางปฏิบัติอันเป็นสากลที่มีความสอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ของแต่ละประเทศ โดยจะก่อให้เกิดมิติของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และได้มาซึ่งแรงงานที่ถูกต้องตามหลักสากล รวมถึงทรัพยากรอันเพียงพอต่อความต้องการของห่วงโซ่อุปทาน อีกทั้งมิติในเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในการผลิตและส่งสินค้าทะเล ด้านเศรษฐกิจที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งด้านสังคมในประเด็นของการใช้แรงงานที่ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดนั่นเอง

โครงการเกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน

บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ BKP ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ริเริ่มโครงการ ‘เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน’ มาตั้งแต่ปี 2557 โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปลูกข้าวโพดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิกว่า 8,700 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูก 225,700 ไร่ ใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ จนได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีคุณภาพดี และลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับสภาพดิน ตลอดจนใช้วิธีการปลูกที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รองรับนโยบายการจัดหาวัตถุดิบยั่งยืนของซีพีเอฟ บนพื้นฐานตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกมาจากพื้นที่ซึ่งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมนั่นเอง

แม็คโครส่งเสริมเกษตรกรปลูกผักและผลไม้อย่างถูกวิธี

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า ‘แม็คโคร 4.0’ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม พร้อมทั้งการดำเนินการเรื่องอาหารคุณภาพและปลอดภัย โดยครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับและให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ แหล่งผลิต และความปลอดภัยของสินค้า แก่ผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน

ในการนี้ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานราชการ เครือข่ายภาคเอกชน มหาวิทยาลัยชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาและให้ความรู้แก่เกษตรกร ตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงแหล่งจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความปลอดภัยควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับอัน ทันสมัย เพื่อใช้ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ผ่านการสแกน QR Code ช่วยยกระดับความสามารถของเกษตรกรไทยให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากเกษตรกรโดยตรงไปพร้อมๆ กับเป็นช่องทางการจำหน่ายและกระจายสินค้าเกษตรสู่ ภูมิภาคต่างๆ ผ่านสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศ นับเป็นการสร้างงาน สร้างโอกาส และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วย

โครงการฟาร์มสุกรสีเขียว

ซีพีเอฟยกระดับฟาร์มสุกรของบริษัทสู่มาตรฐานฟาร์มสีเขียวเป็นรายแรกของประเทศมาตั้งแต่ปี 2552 โดยมีบรรยากาศและภูมิทัศน์ที่ดี ช่วยป้องกันและลดผลกระทบเชิงนิเวศ สามารถคุ้มครองพืชเฉพาะถิ่น และสัตว์พื้นเมืองเฉพาะถิ่นให้คงอยู่ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรที่ใช้ในฟาร์มได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังใช้ระบบฟาร์มสีเขียวแบบเต็มรูปแบบ หรือที่เรียกว่า ‘From (Green) Farm to Table’ ซึ่งบรรลุเป้าหมายอาหารปลอดภัยหรือ Food Safety อย่างแท้จริง เพราะมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ วัตถุดิบในการผลิตอาหารหมู การเพาะพันธุ์ การเลี้ยงดู และการแปรรูป ผู้บริโภคทั่วโลกจึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เนื้อหมูของซีพีเอฟปลอดสารเร่งเนื้อแดง ยาปฏิชีวนะ หรือสารปนเปื้อนใดๆ พร้อมผ่านการรับรอง ความปลอดภัยจากสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์ จึงนับเป็นการดำเนินการผลิตเนื้อสัตว์อนามัยแบบยั่งยืน และดำเนินธุรกิจในแบบที่ทำประโยชน์แก่ตนเอง ประชาชน และประเทศชาติไปพร้อมๆ กัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...