xs
xsm
sm
md
lg

“สุริยะ” สั่ง สศอ.ศึกษามาตรการดูดลงทุนหนีสงครามการค้าเข้าไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สุริยะ” เตรียมหารือ ธปท. 13 ส.ค. พร้อมมอบ สศอ.ศึกษามาตรการดึงลงทุนจ่อหนีพิษสงครามการค้าสหรัฐฯ และจีนเข้าไทย เผย ก.ย.นี้พร้อมดึงนักลงทุนจีน 300 รายลงพื้นที่ดูศักยภาพโดยเฉพาะในอีอีซี พร้อมดันตั้งสำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมในจีน เล็งปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการตรวจเยี่ยมสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ว่า วันที่ 13 ส.ค.มีนัดหมายที่จะเข้าหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหามาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเกินภูมิภาคเพื่อดูแลขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคส่งออกซึ่งขณะนี้ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่มีแนวโน้มรุนแรงและยกระดับเป็นสงครามค่าเงิน ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ สศอ.ศึกษามาตรการดึงดูดการลงทุนจากขณะนี้มีแนวโน้มจะมีการย้ายฐานจากจีนและสหรัฐฯ หลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน


“ภายใน ก.ย.นี้จะดึงนักลงทุนจีน 300 รายมาลงพื้นที่จริง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อให้เห็นศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการลงทุนของไทย เช่น กรณีกลุ่มซีพีของไทยไปลงทุนยังจีนก็จะมีพาร์ตเนอร์ก็สามารถชักชวนมาได้ เป็นต้น” นายสุริยะกล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังเตรียมตั้งสำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมในต่างประเทศ ณ ประเทศจีน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเลือกพื้นที่เหมาะสมระหว่างกรุงปักกิ่ง กับเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะมีหน้าที่ในการทำข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เนื่องจากปริมาณการลงทุนของจีนมีการเติบโตมากขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งจะมีความชัดเจนด้านต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะทำงานใกล้ชิดกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยจะเข้าหารือกับ ส.อ.ท. 9 ส.ค.นี้

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ ศสอ.อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเข้มแข็งในไทย เนื่องจากที่ผ่านมาการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจากเอกชนยังคงเป็นรถยนต์ประเภทไฮบริดมากกว่า ขณะที่เป็นอีวีจริงๆ เลยยังไม่มี
กำลังโหลดความคิดเห็น...