xs
xsm
sm
md
lg

ปั้น “เซ็นทรัลรีเทล” เข้าตลาดหุ้น คาดยื่นไฟลิ่งก่อนสิ้นปีนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - “เซ็นทรัลรีเทล” แต่งตัวพร้อมปรับใหญ่เตรียมเข้าตลาดหุ้น มั่นใจยื่นไฟลิ่งก่อนสิ้นปีนี้ หวังเป็นแหล่งทุนขยายกิจการ และสร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้าต่างประเทศ

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า กลุ่มเซ็นทรัลเตรียมที่จะนำบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะสามารถยื่นไฟลิ่งให้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงกับภัทรธนกิจเป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อให้เป็นแหล่งที่มาของเงินทุนในการขยายธุรกิจ และสร้างความน่าเชื่อถือในการเจรจาการค้ากับต่างประเทศหากเป็นบริษัทจดทะเบียน

“ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำการปรับเปลี่ยนหลายอย่างพื่อให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างบริหารและองค์กร มีผู้บริหารมืออาชีพทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก 2. การขยายธุรกิจใหม่ๆ ต่อเนื่องเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และ 3. การสร้างแพลตฟอร์มใหม่ๆ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ควบคู่ไปกับออฟไลน์ด้วย ซึ่งเรามองว่าดิจิทัลเทคโนโลยีไม่ใช่เป็นสิ่งที่สำคัญในธุรกิจ แต่เป็นโอกาสมากกว่า แต่สิ่งที่ดิสรัปชันธุรกิจก็คือ ผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งเราต้องปรับตัวให้ทัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน โรบินสันก็อยู่ระหว่างการเตรียมเพิกถอนบริษัทฯ ออกจากตลาดหุ้น จากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 62 มีมติอนุมัติเพิกถอนบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากได้รับหนังสือแจ้งจากบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จํากัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมสัดส่วน 53.83% ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด ว่าต้องการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเซ็นทรัล รีเทลฯ กลายเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพียงบริษัทเดียว

นายญนน์กล่าวว่า เซ็นทรัล รีเทลมีโมเดลธุรกิจที่ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก คือ 1. แฟชั่น (เซ็นทรัล, โรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, Central Marketing Group (CMG), รีนาเชนเต) สัดส่วนรายได้ 35%, 2. ฮาร์ดไลน์ (ไทวัสดุ, เพาเวอร์บาย, เหงียนคิม) สัดส่วนรายได้ 22% และ 3. ฟูด (ท็อปส์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท, บิ๊กซี และลานชี มาร์ท) สัดส่วนรายได้ 43% ในหลากหลายรูปแบบช่องทางการจำหน่ายสินค้าแบบ Omnichannel (ในร้านค้า, ออนไลน์, โทรศัพท์มือถือ และสื่อสังคม) โดยมีการวิเคราะห์ฐานข้อมูลจากลูกค้ามากกว่า 27 ล้านรายทั่วโลก

นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ในอดีตบริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ปก็เคยเข้าตลาดฯ มาแล้วและได้รับผลดี เช่น เซ็นทารา เข้าตลาดหุ้นมา 29 ปีแล้ว ปัจจุบันมีมาร์เกตแคปเพิ่ม 2 เท่าตัว หรือบริษัทซีพีเอ็น เข้าตลาดหุ้นมาแล้ว 24 ปี มาร์เกตแคปเพิ่มจาก 8,900 ล้านบาทเป็น 330,000 ล้านบาท หรือเพิ่ม 37 เท่าตัว และยังมีโรบินสันอีกเช่นกัน

ปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทลมีสาขาและร้านค้า และเคาน์เตอร์เซลส์รวมทั้งหมด 3,936 แห่ง โดยแยกเป็น ในไทยมี 3,795 แห่ง ครอบคลุม 51 จังหวัดทั่วไทย ในต่างประเทศคือ อิตาลี มีห้างสรรพสินค้า 9 แห่งใน 8 เมือง ส่วนเวียดนาม มีร้านสินค้าเฉพาะทางและไฮเปอร์มาร์เกตรวม 125 แห่งใน 37 เมือง และในมาเลเซียมี 7 แห่ง โดยปีที่แล้ว (2561) เซ็นทรัล รีเทลมีรายได้รวม 240,297 ล้านบาท เติบโต 8% ซึ่งปกติโตกว่าค่าจีดีพีของไทย 1.5-2 เท่า ซึ่งตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ นิวเซ็นทรัล นิวรีเทล

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการ เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งและมีการเติบโตดี พิจารณาจากค่าจีดีพีของไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมายังไปได้ดี ความเจริญของเมืองยังมีมากเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจ และคนไทยมีคนที่อยู่ในวัยทำงานยังสูงอยู่มากกว่า 40% และไทยยังเป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามาก โดยในปี 2561 มีประมาณ 37 ล้านคน และคาดว่าเพิ่มเป็น 52 ล้านคนในปี 2566 และไทยมี 3 เมืองที่ติดอันดับท็อป 20 ที่เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวในสายตาต่างชาติ คือ กรุงเทพฯ อันดับ 1 และมีภูเก็ต พัทยา ด้วย สิ่งเหล่านี้จะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจค้าปลีกอุปโภค บริโภค ในภาพรวมได้อย่างดี




กำลังโหลดความคิดเห็น...