xs
xsm
sm
md
lg

“ภูมิใจไทย-ปชป.” แท็กทีมเขย่าเมกะโปรเจกต์คมนาคม เกลี่ยเค้ก 2 ล้านล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จับตาแบ่งงานคมนาคมหลังแถลงนโยบาย ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ถือไพ่เหนือ คาด "ศักดิ์สยาม" คุมหน่วยงานหลักอย่างกรมทางหลวง งบฯ ปีละกว่า 1 แสนล้านบาท รวมถึง ทอท., รฟม., การทางพิเศษฯ ส่วน "ถาวร เสนเนียม" คุมกรมทางหลวงชนบท, การท่าเรือ, เจ้าท่า และกำลังขอการรถไฟฯ มาดูแล ด้าน "อธิรัฐ รัตนเศรษฐ" จาก พปชร.ดูหน่วยงานแถว 2 อย่างกรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานทางอากาศ ลุ้นระทึกเมกะโปรเจกต์เกือบ 2 ล้านล้านที่รัฐบาล คสช.ได้ริเริ่มเอาไว้จะถูกรืัอใหม่อย่างไรหรือไม่

เป็นที่จับตามองอย่างยิ่งว่าการแบ่งงานในกระทรวงคมนาคม ที่มี "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ "ถาวร เสนเนียม" พรรคประชาธิปัตย์ และ "อธิรัฐ รัตนเศรษฐ" จากพรรคพลังประชารัฐ เป็น รมช.จะออกมาอย่างไร หลังจากเจ้ากระทรวง "ศักดิ์สยาม" เคยบอกว่าให้รอหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเสร็จก่อน

"คมนาคม" อยู่ในกลุ่มกระทรวงเกรดเอ เพราะมีการลงทุน และโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท การเจรจาจัดสรร..แบ่งเค้ก..จึง..ไม่ง่าย ซึ่งในเวลานี้พรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ถือว่ามีอำนาจต่อรองมากกว่า "พลังประชารัฐ" ...

วิเคราะห์กันว่า ยังไงเจ้ากระทรวงจะต้องคุมหน่วยงานหลัก อย่าง กรมทางหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณมากที่สุดปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทั้ง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท., การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) น่าจะอยู่ในการกำกับของ "ศักดิ์สยาม" โดยตรง

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ รมช.คมนาคม "ถาวร เสนเนียม" นักการเมืองระดับหัวกะทิ มือกฎหมาย อาจจะได้คุมหน่วยงานที่มีงบประมาณเป็นอันดับ 2 อย่างกรมทางหลวงชนบท และพ่วงด้วยหน่วยงานทางน้ำ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กรมเจ้าท่า และมีกระแสว่าอยู่ระหว่างต่อรองเพื่อขอการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งอยู่ในช่วงการฟื้นฟู ขณะที่มีโครงการสำคัญ อย่างรถไฟทางคู่ระยะ 2 และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และอีกหลายโครงการที่ต้องขับเคลื่อน

ขณะที่ "พลังประชารัฐ" ในฐานะพรรคแกนนำ อาจต้องยอมรับหน่วยงานแถว 2 อย่าง กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานทางอากาศ เป็นต้น

****เขย่า "บิ๊กโปรเจกต์ "...เกลี่ยเม็ดเงินใหม่

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ยุครัฐบาล คสข.นั้นได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และกระทรวงคมนาคมได้ทำยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนผ่านแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รายปี ซึ่งปี 2562 มีกรอบวงเงินลงทุนกว่า 1.77 ล้านล้านบาท แต่เพราะเป็นช่วงรอยต่อรัฐบาลใหม่ ทำให้หลายโครงการตกค้าง ยังไม่ได้รับอนุมัติ...รอรัฐบาลใหม่ชี้ชะตา

เป็นไปได้ว่าในช่วง 2-3 เดือนแรกโครงการต่างๆ อาจจะต้องอยู่ในภาวะเกียร์ว่าง เพื่อรอเจ้ากระทรวงใหม่ตรวจสอบรายละเอียดก่อนว่าจะให้เดินหน้าต่อไปตามแผนเดิมหรือไม่

Action Plan 62 วงเงิน 1,778,213.38 ล้านบาท จำนวน 41 โครงการนั้น มีการกำหนดโครงการครอบคลุมทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ มีรูปแบบการลงทุนทั้งใช้งบประมาณแผ่นดินและ ร่วมลงทุนเอกชน (PPP) เช่นมอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้าในเมือง รถไฟทางคู่ระยะที่ 2 มอเตอร์เวย์ ทางด่วน การปรับปรุงท่าเรือ, การพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 พัฒนาสนามบินเชียงใหม่ สนามบินภูมิภาค และการก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) เป็นต้น

กรมทางหลวงรับผิดชอบ 8 โครงการ ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการร่วมทุนรัฐและเอกชน (PPP) เห็นชอบ /เตรียมเสนอ กก.PPP ได้แก่ มอเตอร์เวย์ สายนครปฐม-ชะอำ มูลค่าเงินลงทุนรวม 79,006 ล้านบาท (ผ่าน PPP แล้วอยู่ระหว่างเสนอ ครม.)

ส่วนที่อยู่ในขั้นตอนศึกษาและเตรียมเสนอคณะกรรมการ PPP อีก 7 โครงการ คือ มอเตอร์เวย์ หาดใหญ่-ชายแดนมาเลเซีย วงเงิน 37,470 ล้านบาท, ทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน วงเงิน 29,269.97 ล้านบาท, ทางยกระดับบนถนนพระราม 2 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว วงเงิน 32,285 ล้านบาท

ศูนย์บริการทางหลวง (Service center) บางละมุง มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด วงเงิน 620 ล้านบาท, ที่พักริมทาง (Rest Area) มอเตอร์เวย์ หาดใหญ่-กาญจนบุรี 1,486 ล้านบาท, ที่พักริมทาง มอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา 1,579.88 ล้านบาท, ศูนย์บริการทางหลวง มอเตอร์เวย์ ชลบุรี-พัทยา 1,504 ล้านบาท

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ 2 เส้นทาง ซึ่ง ครม.อนุมัติแล้ว ได้แก่ รถไฟทางคู่สายใหม่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงิน 66,848.33 ล้านบาท และเส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงิน 85,345 ล้านบาท อยู่ในขั้นตอนเวนคืนและเตรียมประมูลก่อสร้าง

ส่วนรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,496 กม. มูลค่ารวม 272,167 .65 ล้านบาท อยู่ในขั้นตอนเสนอสภาพัฒน์ฯ

ต้องยอมรับว่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมดำเนินนโยบายโดยมี Action Plan เป็นสูตรในการขับเคลื่อน และทำให้สามารถผลักดันโครงการได้จำนวนมาก โดยเฉพาะระบบราง และมอเตอร์เวย์ ถือว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์

****วัดใจ "รื้อ-ล้ม" โครงการร้อน! "ไฮสปีด 3 สนามบิน-แหลมฉบังเฟส 3"

"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงหลักการทำงานว่า ทุกโครงการต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายให้รอบคอบ ทุกหน่วยงานต้องรายงานสถานะงาน สถานภาพโครงการ ที่มาที่ไป มีการศึกษาถูกต้องและทำทีโออาร์ ทำสัญญากันอย่างถูกต้องหรือไม่ ยืนยันว่าแม้กระทรวงคมนาคมจะมีโครงการขนาดใหญ่มาก แต่ใช้เวลาไม่นานจะมีความชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน "ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา" ระยะทาง 220 กม. มูลค่า 224,544 ล้านบาท ครม.ได้อนุมัติผลการประมูลแล้ว โดย ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียด กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ซีพี) และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ในประเด็นการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง

"ยอมรับว่าเป็นห่วงในประเด็นนี้ เนื่องจากเกรงว่าหากลงนามสัญญาไปแล้ว ร.ฟ.ท.ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้เอกชนตามเงื่อนไขได้จะมีปัญหา" ศักดิ์สยามกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินถือว่าการประมูลเสร็จแล้ว อีกทั้ง ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว โอกาสสะดุด... พลิกโผค่อนข้างยาก แต่ยังพูดไม่ได้เต็มปาก 100% ว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะปมปัญหาเรื่องการส่งมอบพื้นที่ที่ยังเจรจากันไม่จบจะเป็นเงื่อนตายของ ร.ฟ.ท. เพราะกลุ่ม ซี.พี.ต้องการได้พื้นที่ 100% หลังเซ็นสัญญาทันที ซึ่งรู้กันดีว่า ร.ฟ.ท.ไม่มีทางให้ตามความต้องการของ ซี.พี.ได้แน่นอน

ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 วงเงิน 5.4 หมื่นล้านบาท การท่าเรือฯ ยังวุ่นวายกับกรณีที่ กิจการร่วมค้า NCP ประกอบด้วย บริษัทนทลิน, แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ บริษัทลูกของบริษัทพลังงานบริสุทธิ์, China Railway Construction Corporation Limited, บริษัทพริมา มารีน และบริษัทพีเอชเอส ออแกนิค ฮิลลิ่ง ร้องเรื่องถูกตัดสิทธิ และอยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์

ล่าสุด เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ การท่าเรือฯ ระบุว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ มีมติยืนผลการพิจารณาไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจะพิจารณาต่อไป

****จัดสรร ลงทุน "รถไฟฟ้า" เร่งปิดดีลสัมปทานสายสีส้ม และสีม่วงใต้

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มด้านตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ -บางขุนนนท์ ระยะทาง 13.4 กม. เงินลงทุนค่างานโยธา 96,012 ล้านบาท ค่าระบบและรถไฟฟ้ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท คณะกรรมการ PPP อนุมัติแล้ว รอเสนอ ครม.

แหล่งข่าวในวงการผู้รับเหมามั่นใจว่า โครงการรถไฟฟ้าจะได้รับการผลักดันต่อแน่นอน เพราะเป็นโครงการที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการเดินทางในเมืองใหญ่ ทั้ง กทม.และปริมณฑล และเมืองใหญ่ในภูมิภาค ขณะที่รูปแบบการลงทุนเป็นแพกเกจใหญ่ ทั้งก่อสร้างและสัมปทานเดินรถ งานนี้พรรคภูมิใจไทยน่าจะเคลียร์บิ๊กรับเหมา และนายทุน 2 ขั้วเพื่อแบ่งสัน..ปันส่วนกัน ...ไม่ยาก

โดยมองว่าสัมปทานก่อสร้างและเดินรถสายสีส้มน่าจะเป็นของกลุ่ม "บีทีเอส" ที่ยังคงจับขั้วกับพันธมิตรเดิม บริษัท ซิโน-ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เนื่องจากเป็นโครงการใหม่ ไม่มีประเด็นการเดินรถเชื่อมต่อเป็นเงื่อนไข...

ส่วนการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 23.6 กม. นั้น รฟม.กำลังทบทวนการศึกษาในเรื่องรูปแบบการลงทุนระหว่าง PPP Net Cost กับ PPP Gross Cost
และเนื่องจากสายสีม่วงใต้เป็นส่วนต่อเชื่อมจากสายสีม่วงเหนือ ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ ซึ่งมีบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ทำหน้าที่เดินรถ โดยรับสัญญากับ รฟม.ในรูปแบบ PPP Gross Cost หรือการจ้างเดินรถ

ดังนั้น คงตัดสินใจไม่ยากที่จะให้ใช้รูปแบบเดิมโดยให้กลุ่ม BEM เดินรถ ภายใต้เงื่อนไขประชาชนได้รับความสะดวก "ผลประโยชน์..ลงตัว ทั้งประชาชน...ผู้ลงทุน"

****นโยบายเร่งด่วน "หั่นค่าตั๋วรถไฟฟ้า-แกร็บ ถูกกฎหมาย"

ขณะที่นโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย เรื่องแกร็บ (Grab) ถูกกฎหมาย "รมต.ศักดิ์สยาม" ประกาศเป็นเรื่องเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคม โดยจะต้องเห็นความชัดเจนภายใน 1 เดือน ...โยนการบ้านไปที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ต้องเร่งสรุปการศึกษาแนวทาง การดำเนินงาน สนองนโยบายแบบด่วนจี๋ ... ทำอย่างไร ถึงจะจดทะเบียน "แกร็บ" อย่างถูกต้องในเวลาอันสั้นได้!!!

ส่วนหากจะมี "ม็อบแท็กซี่" ประท้วง...สร้างความวุ่นวาย งานนี้ "รมต.ศักดิ์สยาม" ลั่นเอาอยู่... ไม่มีปัญหา...ยังไง! คนไทยด้วยกันทั้งนั้น เชื่อว่าสามารถทำความเข้าใจกันได้ อีกทั้งพร้อมรับฟังความเห็นของกลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่ ต้องการอะไร อยากให้รัฐช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร มาพูดคุยกัน "โลกวันนี้ต้องใช้เทคโนโลยี การบริการต่างๆ จะต้องปรับเปลี่ยน"

ขณะที่ประเด็นค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพง เป็นอีกเรื่องด่วนที่น่าจะเห็นผลในเร็ววันนี้ เจ้ากระทรวงสั่งหาโมเดล แก้ค่าตั๋วแพง รวมไปถึงการลดค่าโดยสารขนส่งอื่นๆ ด้วยเพื่อลดค่าครองชีพคนไทยให้ได้...

สิ่งที่คาดหวังได้ว่าโครงการลงทุนบิ๊กโปรเจกต์ในยุคที่ "คมนาคม" มีเจ้าภาพร่วมจาก 3 พรรค คงจะไม่ชักช้า เสียเวลามากนัก เพราะบรรดานักการเมืองอยากสร้างผลงาน...เพราะไม่รู้ว่ารัฐบาล "ประยุทธ์ 2" ที่เสียงปริ่มน้ำจะมีอายุยาวนานแค่ไหน

แต่! ที่น่ากังวลไม่น้อย...คือการขับเคลื่อน อาจจะไม่เหมือนยุครัฐบาล คสช. ที่เกือบ 5 ปีมี "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกฯ เป็นแม่ทัพ คุมทีมเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์อำนาจเบ็ดเสร็จ สั่งตรงผ่านบอร์ดรัฐวิสาหกิจ หันซ้าย ...หันขวา...

ด้าน "ศักดิ์สยาม" ยืนยันว่า รมต.จาก 3 พรรคจะทำงานเป็นทีมเวิร์ก..เป็น "คมนาคม...ยูไนเต็ด"

ส่วนผลงานจะเป็นอย่างไร...อีกไม่นาน..รู้เรื่อง!


กำลังโหลดความคิดเห็น...