xs
xsm
sm
md
lg

“บลูบิคกรุ๊ป” จ่อลงทุนอีก 2 สตาร์ทอัพ มุ่งเทคโนโลยี ช่วยเสริมเขี้ยวเล็บลูกค้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - บลูบิคกรุ๊ป ที่ปรึกษาสัญชาติไทยด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี กางกลยุทธ์เสริมจุดแข็งมุ่งลงทุนสตาร์ทอัพ ช่วยเสริมจุดแข็ง ปูทางสู่เป้าหมายผู้นำบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการภายในปี 2020 เผยที่ลงทุนผ่านสตาร์ทอัพไปแล้ว 6 บริษัท พร้อมลุยลงทุนเพิ่มอีก 2 บริษัทภายในปีหน้า พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเทคโนโลยี IoT, AI, EV และ Fashion ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจลูกค้า

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์สร้างจุดแข็งและความแตกต่างของบริษัทในธุรกิจบริษัทที่ปรึกษา ด้วยการมีองค์ความรู้เกี่ยวกับดิจิทัล โดยสามารถนำเอานวัตกรรม เทคโนโลยี รวมถึงแนวคิดใหม่ที่ใช้ในระดับสากล มาใช้ยกระดับธุรกิจของลูกค้าให้สามารถแข่งขันในโลกดิจิทัลได้

บลูบิคตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์ (Strategy) และการนำไปปฏิบัติการ (implementation) ภายในปี 2563 โดยมีการวางตำแหน่งของบลูบิคเป็นพาร์ตเนอร์ของลูกค้า ไม่ใช่เป็นเพียงบริษัทที่ปรึกษาเท่านั้น และเมื่อลูกค้าต้องการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจด้วยธุรกิจ บลูบิคจะเป็นบริษัทที่ปรึกษารายแรกที่ลูกค้านึกถึง

ทั้งนี้ การสร้างจุดยืนให้บริษัทฯ เป็นผู้นำตามเป้าหมายที่กล่าวมา คือการนำจุดแข็งที่มีของบริษัท นั่นคือการมีองค์ความรู้ที่ลึกซึ้ง และมีความเข้าใจที่เหนือกว่า ด้วยการเข้าไปลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่เป็น Deep Technology หรือบริษัทสตาร์ทอัพที่มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความลึกซึ้ง ซับซ้อนมาใช้ โดยเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตในระดับนานาชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่สำคัญ อันจะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะด้านดิจิทัล

"ทุกวันนี้หากเราพูดถึงนวัตกรรม ส่วนใหญ่มักมาจากสตาร์ทอัพ เพราะสตาร์ทอัพคิดได้มากกว่าบริษัทดั้งเดิม เนื่องจากมีความคล่องตัวมากกว่า มีบุคลากรคนรุ่นใหม่ มีมันสมองเป็นระดับหัวกะทิ และมีความเข้าใจในเทคโนโลยี เนื่องจากเกิดมาพร้อมกับยุคดิจิทัล ทำให้มีความได้เปรียบ

บลูบิคจึงมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้เปรียบแบบสตาร์ทอัพเหล่านั้น คำตอบคือต้องคิดอย่างสตาร์ทอัพให้เป็น เพราะฉะนั้นการเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพคือการเข้าไปร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ ควบคู่กับการทำความเข้าใจและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ส่งผลให้บลูบิคมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับกลุ่มธุรกิจต่างๆ ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และการให้คำปรึกษาไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาในภาพกว้างอย่างเดียว แต่จะลงลึกไปยังแต่ละส่วนอย่างละเอียด ด้วยองค์ความรู้จากสตาร์อัพที่เป็นพาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ในเรื่องการทำอินโนเวชันดีไซน์ การนำเอาแนวทางการทำงานใหม่ๆ ในระดับโลกมาใช้ เช่น แนวคิดแบบ Design Thinking เป็นต้น" นายพชรกล่าว

นายพชรกล่าวเสริมอีกว่า ที่ผ่านมาได้เข้าลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพในกลุ่มต่างๆ แล้วมากกว่า 6 บริษัท ประกอบด้วย Blue Parking ผู้ให้บริการที่จอดรถอัจฉริยะโดยใช้ IoT ระบบจดจำป้ายทะเบียนอัตโนมัติและระบบคลาวด์เพื่อสร้างความสะดวกสูงสุดให้ผู้ขับขี่, Keeps แฟชั่นเฮาส์เพื่อคนทำงานผ่านประสบการณ์แบบ Omni-channel, Oxygen AI ผู้นำด้านระบบ Video Analytics และ Conversational Chatbot, Ingenio ผู้ให้บริการ Solution ด้าน Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ รวมทั้ง ETRAN ในบริษัท อัลมอนด์ ดิจิทัล กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของบลูบิคกรุ๊ป ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ประสิทธิภาพสูงที่ขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้าและ Cashnow

อีกทั้งยังมีแผนลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพเพิ่มอีก 2 บริษัทภายในปีหน้า โดยได้เน้นการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นเทรนด์สำคัญ มีบทบาทต่อการสร้างโอกาสทางการแข่งขันให้กับธุรกิจของลูกค้า ด้วยการลดต้นทุนและสร้างโอกาส ได้แก่
1. Internet of Things (IoT) การทำอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเชื่อมต่อเข้าสู่ Internet เพื่อรับส่งข้อมูลและสั่งการผ่านระบบอัตโนมัติได้
2. ปัญญาประดิษฐ์ (AI ) การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจดจำใบหน้าตรวจสอบอัตลักษณ์ การติดตามและการตรวจจับวัตถุการพูดคุยกับลูกค้าผ่าน Chatbot หรือแม้กระทั่งการแนะนำบริการหรือสินค้าให้ลูกค้าอัตโนมัติ
3. EV ยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและมีประสิทธิภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4. Big data & analytics การนำเอาข้อมูลจำนวนมากมาวิเคราะห์หาอินไซด์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ
5. Fintech การนำเทคโนโลยีมาใช้สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน
6. RetailTech นำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารประสบการณ์ลูกค้าและลดต้นทุนในธุรกิจค้าปลีก


กำลังโหลดความคิดเห็น...