xs
xsm
sm
md
lg

“อินสไปร์ฯ” ทุ่ม 90 ล้านปั้นคลินิกผู้มีบุตรยาก เจาะตลาดไทย จีน อินเดีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - ไอวีเอฟทุ่มงบ 90 ล้านบาทปั้นคลินิกเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีบุตรยากใจกลางกรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. หวังเจาะตลาด Blue ocean ผู้มีบุตรยากทั้งไทย จีน อินเดีย พร้อมสอดรับการแนวทางนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นให้เกิดการมีบุตรที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตเพื่อหนุนการปรับสมดุลโครงสร้างประชากรในไทย

จากสถานการณ์ในปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2568 ผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 25 % ของประชากรทั้งหมด หรือมีจำนวนมากถึง 16 ล้านคน ซึ่งมีสาเหตุมาจากสังคมในปัจจุบันมีบุตรลดลง ด้วยมาจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป คนหนุ่มสาวตัดสินใจไม่มีบุตร มีบุตรน้อยลง รวมไปถึงสภาวะมีบุตรยากก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์เช่นกัน จึงส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

นายแพทย์ พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด คลินิกเพื่อการเจริญพันธุ์และวางแผนครอบครัวอินสไปร์ ไอวีเอฟ (Inspire IVF) กล่าวว่า “สืบเนื่องจากภาวการณ์ในปัจจุบันที่จำนวนประชากรมีอัตรการเกิดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบจากปี 2555 จนถึงปี 2560 มีปริมาณการเกิดลดลงกว่า 1 แสนคน ซึ่งแน่นอนว่าการลดลงของจำนวนประชากรนี้อาจส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมาให้ความสำคัญต่อปัญหาภาวะการมีบุตรยาก

“ต้องยอมรับว่าไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่กำลังเผชิญปัญหาการมีบุตรยาก ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย (Expat) ตลอดจนชาวจีน และชาวอินเดีย ที่ให้การยอมรับนวัตกรรมการแพทย์ในไทย ต่างก็มาเพื่อปรึกษาภาวะการมีบุตรยากอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้เกิด Demand สูงมากในปัจจุบัน ส่งผลไปยังการกระตุ้นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่มีการเชื่อมโยงและส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกๆ กลุ่ม มีมูลค่าการตลาดสูงเป็นอันดับ 4”

ขณะที่การให้บริการของกลุ่มผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่มีความชำนาญจริงๆ ยังคงสวนทางกับความต้องการ ส่งผลให้การรักษาภาวะมีบุตรยากเป็นธุรกิจที่สดใสมีอนาคตหรือ Blue ocean ที่น่าจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 ปี ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการปรับสมดุลโครงสร้างประชากรและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ คลินิกเพื่อการเจริญพันธุ์และวางแผนครอบครัวอินสไปร์ ไอวีเอฟ จึงตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มผู้ที่อยากมีบุตรและจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วย อีกกลุ่มคือกลุ่มที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่พร้อมมีบุตร แต่วางแผนจะมีบุตรในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีการแช่แข็งตัวอ่อน และกลุ่มสุดท้ายคือ ผู้ชายหรือผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานและอยากเก็บรักษาภาวะการเจริญพันธุ์นั้นไว้

“เราต้องแก้ปัญหาภาวะการมีบุตรยากให้ถูกจุด ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมามีผู้สนใจอยากมีบุตรเข้ามาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับมีบุตรยากเป็นจำนวนมาก โดยเราวางกลยุทธ์การตลาดเน้นผ่านตัวแทนเป็นหลักทั้งจากอินเดียและจีน รวมถึงกลุ่มเอ็กซ์แพทในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันลูกค้าต่างชาติอยู่ที่ 80-85% คนไทยอยู่ที่ 15-20%”
โดยเฉพาะประเทศจีน ที่กำลังประสบปัญหาโครงสร้างประชากรวัยทำงานลดลง รัฐบาลจีนจึงสนับสนุนให้มีลูกได้ถึง 2 คน คนจีนจึงให้ความสนใจเข้ามาปรึกษากันมากขึ้น อีกทั้งการทำไอวีเอฟในประเทศไทยจะมีข้อได้เปรียบในประเด็นราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ ประเทศไทยมีราคาที่ถูกกว่าและมีคุณภาพไม่แพ้ทางฝั่งประเทศยุโรป โดยอินสไปร์ ไอวีเอฟ เรามีห้องปฏิบัติการคุณภาพสูง ถ้าเทียบอาเซียนนับได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากเราเน้นเรื่องของเทคโนโลยี ห้องปฏิบัติ บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นักวิทยาศาสตร์ที่คอยดูแลการทำงาน เราจึงตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตอกย้ำเมดิคัลฮับอย่างแท้จริง

นายแพทย์ พุฒิพงศ์กล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากนั้น สามารถเข้ามาปรึกษาได้ เริ่มทำตั้งแต่แรกสุด เราจะคัดกรองพันธุกรรมดีๆ ให้ลูกหลานท่านได้ เราคัดกรองโรคต่างๆ ได้ ลูกที่เกิดมาก็จะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง นี่คือการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น ถือเป็นความคุ้มค่ามากกับอนาคตบุตรหลานท่าน”


กำลังโหลดความคิดเห็น...