xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” วิเคราะห์ FTA อียู-เวียดนามส่งผลกระทบ ทำสินค้าไทยเจอการแข่งขันรุนแรงขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พาณิชย์” วิเคราะห์ผลกระทบเวียดนามทำ FTA กับสหภาพยุโรป เผยสินค้าไทยต้องแข่งขันกับสินค้าเวียดนามในอียู ยานยนต์ คอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า อาจเจอการย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม สิ่งทอ สัตว์น้ำ เครื่องประดับ แข่งขันรุนแรงขึ้น แต่ข้าวไทยยังสู้ได้ แถมต้องเจอสินค้าอียูเข้ามาแข่งในตลาดเวียดนาม แนะไทยปรับตัวนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้สู้

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบของความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป (อียู)-เวียดนาม (EVFTA) โดยเวียดนามอาจได้เปรียบไทยในการแข่งขันในตลาดอียูจากความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาที่สูงกว่าสินค้าไทย เนื่องจากได้เปรียบจากข้อยกเว้นด้านภาษีนำเข้า โดยเวียดนามจะลดภาษีทันที 65% ของสินค้าส่งออกจากอียู และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 10 ปี อียูจะลดภาษีทันที 71% ของสินค้าส่งออกจากเวียดนาม และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 7 ปี อีกทั้งยังต้องแข่งกับสินค้าของเวียดนามที่ยังได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ซึ่งไทยถูกตัดสิทธิไปแล้วตั้งแต่ปี 2558

โดยตัวอย่างกลุ่มสินค้าที่ไทยน่าจะได้รับผลกระทบ เช่น ยานพาหนะและส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า ที่อาจจะมีการย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม ซึ่งไทยจะต้องพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างรถยนต์ไฟฟ้า หรือพัฒนาทักษะแรงงาน ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้สินค้า, เครื่องนุ่งห่ม จะช่วยให้สินค้าของเวียดนามเข้าสู่ตลาดอียูได้มากขึ้น และมีความได้เปรียบด้านค่าแรงต่ำ ซึ่งไทยต้องสู้ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาสินค้า ใช้เส้นใยที่มีคุณสมบัติพิเศษ สร้างแบรนด์ และเพิ่มการจำหน่ายทางออนไลน์

ส่วนผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูป ได้แก่ กุ้ง ปลา ปลาหมึก เวียดนามจะส่งออกได้มากขึ้น ซึ่งไทยต้องสู้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ความสำคัญต่อการทำประมงถูกกฎหมาย เพื่อสร้างจุดแข็ง, อัญมณีและเครื่องประดับ ไทยยังแข่งขันได้ แต่ต้องติดตามพฤติกรรมผู้บริโภค ผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการ และข้าว แม้จะมีการแข่งขันมากขึ้น แต่ข้าวไทยยังได้เปรียบจากการได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย แต่ควรเร่งขยายตลาดส่งออกเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ข้าวอินทรีย์และข้าวสีต่างๆ และนำบล็อกเชนมาใช้ในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในอาหารให้แก่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ ต้องระวังสินค้าจากอียูที่จะเข้าสู่ตลาดเวียดนามได้เพิ่มขึ้น จากความได้เปรียบด้านภาษีนำเข้า อาจทำให้สินค้าไทยที่มีเวียดนามเป็นตลาดส่งออกสำคัญต้องเผชิญกับการแข่งขัน เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

“แม้เวียดนามจะดูว่ามีความได้เปรียบไทยในตลาดอียู ทั้งการที่ยังได้รับสิทธิ GSP ที่จะดึงดูดให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในเวียดนาม และได้สิทธิลดภาษีภายใต้ FTA แต่สินค้าไทยก็ยังคงแข่งขันในตลาดอียูได้ หากมีการปรับตัว มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ ส่วนเรื่อง GSP ที่ปัจจุบันยังคงเป็นข้อได้เปรียบ เชื่อว่าในอีก 7-11 ปีข้างหน้ามีความเป็นไปได้ที่เวียดนามจะถูกอียูตัด GSP เพราะมีรายได้ประชาชาติต่อหัวเพิ่มขึ้น” น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...