xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์ร่วมหารือแนวทางขับเคลื่อน CLMVT ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร 11 แห่ง พร้อมจัดการประชุม CLMVT Forum 2019 ภายใต้แนวคิด “CLMVT as the New Value Chain Hub of Asia” หรือ “CLMVT ศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย” ดึงรัฐมนตรีพาณิชย์จากกลุ่มประเทศ CLMVT และสุดยอดผู้นำทางความคิดจากทั่วโลกร่วมแลกเปลี่ยนความคิด และหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อพัฒนาภูมิภาคสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน หลอมรวมเป็นส่วนสำคัญในเครือข่ายการผลิตของภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และห่วงโซ่คุณค่าโลก

งาน CLMVT Forum 2019 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน 2562 เป็นเวทีหารือระดับภูมิภาคของเหล่าสุดยอดผู้นำทางความคิด ตัวแทนผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจำนวน 14 ประเทศ พร้อมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากไทยและนานาประเทศ ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และต่อยอด ความร่วมมือในการพัฒนาห่วงโซ่การค้าของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดงาน CLMVT Forum เป็นดำริของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ปี 2016 โดยนายกรัฐมนตรีมองว่า 5 ประเทศ CLMVT นั้นมีความใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จึงมีนโยบายให้กระทรวงต่างๆ ดำเนินการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น เพื่อมุ่งสู่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจร่วมกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้จัดงาน CLMVT Forum ขึ้นครั้งแรกในปี 2016 เพื่อเป็นเวทีหลักสำหรับการหารือระหว่างผู้นำภาครัฐกับเอกชนในกลุ่มประเทศ CLMVT และเสริมสร้างบทบาทของ CLMV และไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน

ผู้อำนวยการ สนค.ยังเล่าถึงศักยภาพของ CLMVT ที่ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาคที่สำคัญในเวทีโลก โดยบริษัทข้ามชาติจำนวนมากเลือกภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งฐานการผลิตและเป็นศูนย์กลางในการจัดหาสินค้าเพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั่วโลก อย่างไรก็ดี กระแสเทคโนโลยีสมัยใหม่ การปกป้องทางการค้า และภาวะตึงเครียดจากภูมิรัฐศาสตร์โลกได้เข้ามาปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้เกิดความผันผวนอย่างไม่เคยมีมาก่อน และเปรียบเสมือนแรงกระตุ้นให้กลุ่มประเทศ CLMVT ร่วมมือกันเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงและสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้แก่ภูมิภาคนี้

ในปี 2017 ภูมิภาค CLMVT มีมูลค่าการส่งออกรวม 479,389 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการนำเข้า 471,706 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด 951,095 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการค้าภายในกลุ่ม CLMVT ประมาณร้อยละ 7-8 การค้ากับประเทศอาเซียนอื่นๆ (บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์) ประมาณร้อยละ 10-11 ส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ 80 เป็นการค้ากับประเทศนอกอาเซียน แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจ CLMVT เชื่อมโยงและพึ่งพาเศรษฐกิจนอกภูมิภาคสูง

นอกจากนี้ ภูมิภาค CLMVT ยังมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Total FDI Inflows) คิดเป็นมูลค่า 30,575.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2016 ถึงร้อยละ 40.5 โดยเป็นการลงทุนจากภายในกลุ่ม CLMVT ประมาณร้อยละ 5 การลงทุนจากประเทศอาเซียนอื่นๆ (บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์) ประมาณร้อยละ 21 ส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ 75 เป็นนักลงทุนนอกภูมิภาค แสดงให้เห็นว่า CLMVT มีศักยภาพ ได้รับความสนใจจากนานาชาติ และกลายเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของโลก

“สำหรับหัวข้อหลักในการประชุมในวันที่ 23 มิถุนายน 2562 จะเป็นเรื่องของนัยของสงครามการค้าต่อภูมิภาคอาเซียน ในขณะที่วันที่ 24 มิถุนายน 2562 จะเป็นการหารือกันในประเด็นห่วงโซ่คุณค่า หรือ Value Chain เนื่องจากตั้งแต่ปลายปีที่แล้วหลายประเทศได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนผ่านความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิต ทำให้การส่งออกชะลอตัว ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์เล็งเห็นว่าเราควรร่วมมือกันในภูมิภาคเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการของทั้ง 5 ประเทศ เพื่อให้ภูมิภาค CLMVT สามารถผ่านพ้นวิกฤตทางการค้า และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่ที่เชื่อมโยงอาเซียน เอเชีย และโลกได้อย่างไร้รอยต่อ” นางสาวพิมพ์ชนกกล่าวทิ้งท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น...