xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” ย้ำ รพ.เอกชนแจ้งราคายา ลั่นหากผลตรวจสอบยังพบสูงเกินจริงเจอไม้แข็งแน่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พาณิชย์” ชี้แจงโรงพยาบาลเอกชน 300 แห่ง ย้ำต้องแจ้งราคายาภายใน 12 ก.ค. เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ 22 ก.ค. เผยเตรียมตรวจสอบหลังได้ข้อมูลครบ หากพบราคาสูงเกินจริงจ่อเรียกชี้แจง หากไม่แก้ไขเล็งใช้ไม้แข็งคุมมาร์จิ้น พร้อมกำชับห้ามรักษาเกินจริง เขียนใบสั่งยาให้ชัด ย้ำหากผู้บริโภคร้องเรียนเมื่อไรจะเข้าไปจัดการทันที

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังจัดการประชุมชี้แจงแนวทางความโปร่งใสและเป็นธรรมด้านราคายา เวชภัณฑ์ บริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 52 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2562 ให้กับโรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 แห่ง จากที่เชิญไป 353 แห่งว่า กรมฯ ได้ชี้แจงเพื่อให้โรงพยาบาลเอกชนมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศ กกร. โดยราคาที่แจ้ง ต้องเป็นต้นทุนของยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าห้อง ค่าแอร์ ค่าเภสัชกร ค่าจ้างพนักงาน ค่าสร้างตึกใหม่ เป็นต้น เข้าไปด้วย และในส่วนของยา ต้องแจ้งราคาซื้อและขายยาในกลุ่มบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิ์ทุกที่ (UCEP) และรายการยาที่มีการจำหน่ายสูงสุด รวม 3,992 รายการ กำหนดภายในวันที่ 12 ก.ค. 2562 ส่วนราคาเวชภัณฑ์ 868 รายการ และค่าบริการทางการแพทย์ 5,286 รายการ ให้แจ้งภายในวันที่ 22 ก.ค. 2562

ทั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินการในส่วนของราคายา กรมฯ จะตรวจสอบกับบัญชีราคายาของกรมบัญชีกลางและข้อมูลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ทั้งจากบริษัทผู้ผลิตยา และผู้นำเข้า เพื่อดูว่าเป็นราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนหรือไม่ ถ้าสอดคล้องกับต้นทุน และเป็นราคาเฉลี่ยปกติก็จะไม่ดำเนินการอะไร จากนั้นจะนำราคาขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของกรมฯ และจัดทำ QR Code จัดส่งให้โรงพยาบาลเอกชนไปติดไว้เพื่อให้ผู้ป่วยได้ตรวจสอบได้ โดยคาดว่าจะตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. 2562 เป็นต้นไป

“หลังวันที่ 12 ก.ค. 2562 กรมฯ จะดูว่าราคาแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่แตกต่างก็จะไม่ยุ่ง แต่ถ้ามีราคาสูงเกินจริงจะเชิญให้มาชี้แจงก่อน ถ้ายังไม่ร่วมมืออีกก็ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าไปดูแล โดยมาตรการที่จะนำมาใช้ได้ เช่น การกำหนดอัตรากำไรที่เหมาะสม แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้น เพราะกรมฯ ไม่ได้ต้องการที่จะใช้มาตรการ และหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการหากโรงพยาบาลเอกชนให้ความร่วมมือ” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัยกล่าวว่า กรมฯ ยังได้ย้ำกับโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งจะต้องให้การรักษาเท่าที่จำเป็น ห้ามรักษาเกินจริง และจะต้องแจ้งรายละเอียดให้ผู้ป่วยรับทราบด้วยว่าเป็นโรคอะไร ค่ารักษาเท่าไร เหตุการณ์แบบท้องเสียมีค่าใช้จ่าย 3 หมื่นบาทจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก และในใบสั่งยาจะต้องระบุรายละเอียดชื่อยา ราคายา ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการไปซื้อยาภายนอกโรงพยาบาล รวมทั้งขอให้โรงพยาบาลระวังในเรื่องการรักษาเกินจริง และคิดค่ารักษาเกินจริง เพราะมีการตั้งคณะอนุกรรมการในส่วนกลางและต่างจังหวัด เพื่อพิจารณาวินิจฉัยกรณีมีข้อร้องเรียนการรักษาที่เกินความเป็นจริง หรือคิดค่ารักษาสูงเกินสมควรแล้ว ซึ่งหากกรมฯ ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคจะเข้าไปตรวจสอบในทุกกรณี หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...