xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” จับมือสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนจัดเวทีระดมกูรูแนะแนวทางรับมืออุตสาหกรรม 4.0

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจับมือสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน-ประเทศไทย ระดมผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญแนะนำแนวทางพัฒนาทักษะแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ รับมือยุคอุตสาหกรรม 4.0 หลังเทคโนโลยีและนวัตกรรมถูกนำมาใช้สร้างโรงงานอัจฉริยะ และใช้ AI แทนแรงงานคน พร้อมทำแผนเสนอรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบ ชี้ในปี 68 มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียนจะสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ไทยจึงต้องเร่งอาเซียนรับมือ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน-ประเทศไทย (ASEAN BAC) จัดสัมมนาระดับนานาชาติ “Symposium onASEAN Human Empowerment And Development” หรือ AHEAD ในวันที่ 21 มิ.ย. 2562 ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาแรงงานมีทักษะและผู้ประกอบวิชาชีพรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) ของอาเซียน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นความท้าทาย ผลกระทบ โอกาสจากยุค 4IR รวมถึงการยกระดับแรงงานทักษะ ตลอดจนนโยบายและแนวทางการพัฒนาทักษะแรงงานและผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

“จะนำผลที่ได้รับจากการจัดงานครั้งนี้ไปใช้ประกอบการจัดทำแนวทางการพัฒนาแรงงานมีทักษะและผู้ประกอบการวิชาชีพของอาเซียน เพื่อรับมือกับ 4IR และนำเสนอต่อรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนให้ความเห็นชอบและเสนอผู้นำอาเซียนรับทราบต่อไป” นางอรมนกล่าว

นางอรมนกล่าวว่า ปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยมาใช้ในการผลิต การบริโภค รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสร้างโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ในทุกหน่วยของการผลิตแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะราย การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือหุ่นยนต์ทดแทนแรงงานมนุษย์ การเชื่อมต่อข้อมูลจากคนสู่สิ่งของด้วยระบบเซ็นเซอร์ และการจัดลำดับพันธุกรรมด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาของอาเซียนที่พบว่าการเข้าสู่ยุค 4IR จะส่งผลให้มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของ 6 ตลาดใหญ่อาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เติบโตจากปัจจุบันที่มูลค่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปสู่ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 ส่งผลให้อาเซียนกลายเป็นภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจดิจิทัลใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก

“จากการก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยในฐานะประธานอาเซียนได้ให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของอาเซียนเพื่อก้าวสู่อนาคต โดยเฉพาะการรับมือกับ 4IR และได้ผลักดันให้เป็น 1 ใน 13 ประเด็นเศรษฐกิจที่อาเซียนจะผลักดันในปีนี้ เพื่อให้อาเซียนมีการเตรียมความพร้อมรับมือ และใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นางอรมนกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...