xs
xsm
sm
md
lg

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเตรียมชงผู้นำรับทราบความคืบหน้าอาร์เซ็ป-ผลงานด้านเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พาณิชย์”เผยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะใช้โอกาสช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 กำหนดท่าทีร่วมอาเซียนผลักดันการเจรจาอาร์เซ็ปให้สำเร็จในปี 62 ก่อนรายงานความคืบหน้าให้ผู้นำ พร้อมรายงาน 5 ประเด็นเศรษฐกิจที่ทำสำเร็จแล้ว สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน เตรียมเสนอแผนรับมือปฏิวัติอุตสาหกรรม การพัฒนา SMEs การอำนวยความสะดวกทางการค้าในอาเซียนให้ผู้นำช่วยผลักดัน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 34 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนเป็นครั้งแรกในการประชุมระดับผู้นำ ซึ่งในส่วนของประเด็นด้านเศรษฐกิจ จะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสมัยพิเศษ ในช่วงค่ำวันที่ 21 มิ.ย.2562 และช่วงเช้าของวันที่ 22 มิ.ย.2562 เพื่อหารือกำหนดท่าทีร่วมอาเซียนในการผลักดันการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้สำเร็จภายในปี 2562 ตามที่อาเซียนและผู้นำ RCEP ตั้งเป้าหมายไว้

“จะมีการหารือในระดับรัฐมนตรี เพื่อให้ได้ท่าทีร่วมของอาเซียนในการเจรจา RCEP และจากนั้น จะนำผลรายงานให้ผู้นำได้รับทราบ เพราะหลังจากนี้ จะมีการประชุม RCEP ที่สำคัญอีกหลายครั้ง เช่น การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส RCEP ในปลายเดือนมิ.ย.2562 ที่เบลเบิร์น ออสเตรเลีย และปลายเดือนก.ค.2562 ที่เมืองเจิ้งโจว และการประชุมระดับรัฐมนตรี RCEP ในเดือนส.ค.2562 ที่กรุงปักกิ่ง และเดือนก.ย. และพ.ย. ที่ไทย เพื่อขับเคลื่อนการเจรจาให้คืบหน้าหาข้อสรุปได้ตามเป้าหมาย”นางอรมนกล่าว

นางอรมนกล่าวว่า ยังมีกิจกรรมด้านเศรษฐกิจในระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิตที่กรุงเทพฯ คือ ผู้นำอาเซียนจะพบหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ในช่วงบ่ายวันที่ 22 มิ.ย.2562 โดยคาดว่าสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนจะนำเสนอประเด็นที่ต้องการให้อาเซียนเร่งดำเนินการในปี 2562 ให้ผู้นำอาเซียนได้รับทราบ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาแรงงานมีทักษะ ผู้ประกอบการวิชาชีพอาเซียนเพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 การพัฒนา SMEs การปรับปรุงกลไกการอำนวยความสะดวกทางการค้าของอาเซียน รวมถึงรายงานผลการจัด Symposium on AHEAD (ASEAN Human Empowerment And Development) ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 มิ.ย.2562 ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่ง ASEAN-BAC ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดงาน ให้ผู้นำรับทราบด้วย โดยผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ http://ahead.dtn.go.th

ขณะเดียวกัน จะรายงานผลการทำงานของอาเซียนในด้านเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จให้ผู้นำได้รับทราบ ได้แก่ 1.การลงนามความตกลงการค้าบริการของอาเซียน (ATISA) ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดทำกฎระเบียบด้านบริการของสมาชิกอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น บริการด้านสุขภาพ บริการด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร บริการด้านก่อสร้าง เป็นต้น 2.การลงนามพิธีสารฉบับที่ 4 เพื่อแก้ไขความตกลงการลงทุนของอาเซียน (ACIA) ที่ได้ปรับปรุงความตกลงฯ ในส่วนที่เกี่ยวกับการห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนปฏิบัติ ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในภูมิภาคมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนไทยที่จะไปลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน 3.การจัดทำความตกลงยอมรับร่วมการตรวจสอบรับรองรถยนต์และชิ้นส่วน ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวกในการค้าขายภายในอาเซียนมากขึ้นและอุปสรรคทางการค้าลดลง ช่วยลดต้นทุนทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการส่งออก-นำเข้าสินค้ายานยนต์ภายในภูมิภาค 4.การเจรจาปรับปรุงพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกอาเซียนมีที่พึ่งในการแก้ปัญหาทางการค้าระหว่างกัน และ 5.การเจรจาข้อบทว่าด้วยระเบียบปฏิบัติด้านกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าอาเซียน (OCP) เพื่อรองรับระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน (ASEAN-Wide Self Certification) โดยผู้ประกอบการสามารถดำเนินการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าได้ด้วยตนเอง จึงช่วยประหยัดเวลา ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล

สำหรับการรับตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยปีนี้ ไทยได้เสนอแนวคิด Advancing Partnership for Sustainability เป็น Theme สำคัญของการประชุมอาเซียน ซึ่งในส่วนเศรษฐกิจประกอบด้วย 3 ด้าน 13 ประเด็น ได้แก่ 1.การเตรียมอาเซียนรับมืออนาคต เช่น การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านดิจิทัล การจัดทำแผนงานด้านนวัตกรรม การจัดทำแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับ 4IR การส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อย 2.ความเชื่อมโยง เช่น การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ให้ครบทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 3.การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เช่น การส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืน การดำเนินความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาพลังงานชีวภาพของอาเซียน ซึ่งที่ประชุม AEM Retreat ครั้งที่ 25 เมื่อเดือนเม.ย.2562 ที่จังหวัดภูเก็ต ได้ให้ความเห็นชอบทั้ง 13 ประเด็นแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...