xs
xsm
sm
md
lg

กรมเจรจาฯ เผย “ชาไทย” ฮอต ต่างชาติสนใจซื้อไปขาย ขอว่าจ้างให้ผลิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยชาไทยสุดฮอต หลังนำโชว์งาน THAIFEX 2019 ต่างชาติสนใจ ตกลงซื้อขายได้ทันที 8 ล้านบาท แถมขอซื้อไปจำหน่าย ว่าจ้างผลิต แนะหากต้องการเจาะจีน อาเซียน ต้องใช้เอฟทีเอเปิดทาง หลังคู่ค้าไม่เก็บภาษีจากไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามผลการนำผู้ประกอบการชาไทยจำนวน 6 ราย ได้แก่ ชาดอยวาวี สวรรค์บนดิน ชาเวียงกาหลง ชาดี 101 ชาวังพุดตาล และเสริมลักษณ์ชาไทย เข้าร่วมจัดนิทรรศการชาและเวิร์กชอปปรุงชาที่บูท DTN Tea Bar ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ THAIFEX 2019 เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าทุกรายประสบความสำเร็จ ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ ผู้นำเข้าต่างชาติเข้ามาชมสินค้า และเจรจาธุรกิจ

“สามารถจับคู่ธุรกิจและมีคำสั่งซื้อชาจากมาเลเซียและอินโดนีเซียในงานทันที มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท และยังได้รับการติดต่อจากโรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าในไทยให้ไปร่วมจัดกิจกรรมแสดงการปรุงชาและวางจำหน่ายสินค้า รวมทั้งยังมีนักธุรกิจจากจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น สหรัฐฯ แคนาดา มาเลเซีย และบรูไน ทั้งที่เป็นกลุ่มห้างสรรพสินค้า ห้างโมเดิร์นเทรด และตลาดออนไลน์ ติดต่อขอเจรจาสั่งซื้อสินค้า ตลอดจนจ้างให้ผลิตสินค้า (OEM) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตกลงราคาและปริมาณสินค้าขั้นต่ำ” นางอรมนกล่าว

นางอรมนกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศที่เป็นคู่เจรจาเอฟทีเอกับไทย เช่น จีน และอาเซียน ยกเว้นพม่า ไม่เก็บภาษีนำเข้าชาจากไทยแล้ว หากเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดส่งออกไปยังจีนและพม่า ก็ควรจะใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอมาช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก แต่ต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพสินค้าชา และผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2561 ไทยส่งออกชาเขียวขนาดบรรจุไม่เกิน 3 กิโลกรัม เป็นมูลค่ากว่า 5.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.8% มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อินโดนีเซีย เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งถือเป็นสินค้าสำหรับตลาดที่เน้นสินค้าพรีเมียม คุณภาพดี ขณะที่ชาดำขนาดบรรจุไม่เกิน 3 กิโลกรัมสามารถส่งออกได้มูลค่า 4.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 58.7% มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม


กำลังโหลดความคิดเห็น...