xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.เตรียมข้อมูลยื่น รมว.พลังงานคนใหม่ ชี้นโยบายเสรีนำเข้า LNG ต้องรอบคอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปตท.เตรียมข้อมูลด้านพลังงานพร้อมยื่นรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการเปิดเสรีนำเข้า LNG ที่ต้องระมัดระวัง หวั่นกระทบการใช้ก๊าซฯ ในอ่าวไทย และสัญญาซื้อ LNG ระยะยาว 5.2 ล้านตัน/ปี ขณะเดียวกัน เร่งเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน รับมือความผันผวนราคาน้ำมันและสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.ได้มีการจัดเตรียมข้อมูลด้านพลังงานเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการเปิดเสรีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง ซึ่งภาครัฐจะต้องสร้างสมดุลเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าให้ดี เพราะนับวันเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนลดต่ำลง ในอนาคตรัฐอาจจะไม่ต้องอุดหนุนอีกต่อไป และหากรัฐเปิดเสรีให้มีการนำเข้า LNG เข้ามามากจนเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ก๊าซฯ ในอ่าวไทยและสัญญาการซื้อขายก๊าซ LNG ระยะยาวที่ ปตท.ทำอยู่รวม 5.2 ล้านตัน/ปี เกิดปัญหาTake or Payได้

อย่างไรก็ตาม ปตท.สนับสนุนการใช้ก๊าซฯ ในการผลิตไฟฟ้าเพราะเป็นเชื้อเพลิงสะอาด และพร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐ ซึ่งการเปิดเสรีก๊าซฯก็ต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะหากให้บุคคลที่สามนำเข้าก๊าซฯ ได้ แต่หากบางช่วงเวลาราคาสูงเกินไป ไม่คุ้มค่าก็ไม่นำเข้าก๊าซฯ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานได้

“ปตท.ดำเนินตามนโยบายรัฐ แต่ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนนโยบายเราก็เปลี่ยนตาม ในฐานะที่ ปตท.เป็นผู้ปฏิบัติตามนโยบาย ไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบาย เราไม่สามารถให้สภาออก พ.ร.บ.ได้ แต่เราให้ข้อมูลและพร้อมชี้แจง ขึ้นอยู่กับรัฐจะเป็นผู้พิจารณาเองว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อความั่นคงด้านพลังงาน”

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้การไฟฟ้าฝายผลิตแห่งประเทศไทยจัดหาและนำเข้า LNG ได้ไม่เกิน 1.5 ล้านตัน โดยใช้ท่อและคลังก๊าซฯ ของ ปตท.ภายใต้การเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติบนบกแก่บุคคลที่ 3” หรือ Third Party Access Code : TPA Code โดย กฟผ.ได้เปิดประมูลและได้คัดเลือกผู้ที่เสนอราคานำเข้าต่ำสุดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติเนื่องจากความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสัญญานำเข้าก๊าซฯ ของ ปตท. กฟผ.จึงไปเจรจากับ ปตท.จนได้ข้อยุติและเสนอต่อ กบง.ต่อไป

ลั่นรีดไขมันลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพเพิ่ม 20-30%

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (PTT) และประธานกรรมการบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (PTTOR) กล่าวว่า จากความผันผวนของราคาน้ำมันและผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ และจีน ส่งกระทบมายังราคาปิโตรเคมีและมาร์จิ้นของธุรกิจขั้นปลาย กลุ่ม ปตท.จึงได้มอบหมายให้นโยบายบริษัทในเครือต้องร่วมมือกันอย่างเข้มข้นมากกว่าเดิมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นทุนร่วมกัน ตามแผนงานปฏิบัติการที่เป็นเลิศ (Operational Excellence: OpEx) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและโตอย่างยั่งยืน เช่น การขนส่งน้ำมันดิบร่วมกัน การใช้วัตถุดิบภายในกลุ่มเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยมีเป้าหมายให้บริษัทในเครือเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในระดับ Top quartile performance ซึ่งปี 2561 ทางกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้กว่า 10,000 ล้านบาท และปีนี้จะต้องลดต้นทุนเพิ่มให้ได้อีก 20-30%

“ที่ผ่านมากลุ่ม ปตท. เช่น PTTGC, IRPC, TOP, PTTEP, GPSC, PTT, GGC, PTTOR ได้ร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่ม ร่วมสร้างประสิทธิภาพนับหมื่นล้านบาทต่อปี นับว่ารีดไขมันอย่างต่อเนื่องร่วมกันมาหลายปี ปีนี้ก็ต้องทำเพิ่มหนักขึ้นรองรับเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและราคาผลิตภัณฑ์ผันผวน ขณะเดียวกันก็พิจารณาใช้วัตถุดิบร่วมกันในเครือเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด เช่นการนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโรงกลั่นไทยออยล์ไปต่อยอดทำปิโตรเคมี” นายอรรถพลกล่าว

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น นั้นบริษัทฯ ยังไม่ล้มเลิกโครงการลงทุนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน แม้ว่าจะมีความล่าช้าอยู่บ้างในการหาพันธมิตรทางธุรกิจ และล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบธุรกิจให้ละเอียดว่าจะเป็นการซื้อแฟรนไชส์โรงแรม หรือเชนโรงแรม หรือการร่วมลงทุนคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ที่ยังเคยลงทุนมาก่อน ขณะนี้ PTTOR ไม่ได้ลงนามในสัญญาร่วมกับพันธมิตรโรงแรมใด แต่ยืนยันว่าจะยังคงแนวทางธุรกิจโรงแรมไว้เหมือนเดิม โดยจะมีพันธมิตรธุรกิจเพียงรายเดียว และ PTTOR จะไม่ลงทุนเองทั้งหมด แต่จะให้ดีลเลอร์เจ้าของสถานีบริการน้ำมันเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ซึ่งการทำธุรกิจโรงแรมถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเพื่อให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Living Community เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เดินทางให้มีที่พักระหว่างทางที่ปลอดภัย และประหยัด


กำลังโหลดความคิดเห็น...