xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.สผ.จ่อผลิตก๊าซเพิ่ม”ซอติก้า-M3” ป้อนโรงไฟฟ้า600MWในเมียนมา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปตท.สผ.เดินหน้าโครงการGas to power นำก๊าซส่วนเพิ่มแหล่งซอติก้า-แหล่งM3 ป้อนโรงไฟฟ้าขนาด 600 เมกะวัตต์ที่มีแผนก่อสร้างรอลุ้นรัฐบาลเมียนมาไฟเขียว ส่วนโครงการโมซัมบิกคาดFID 18 มิ.ย.นี้

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.เปิดเผยความคืบหน้าการลงทุนต่อยอดการนำก๊าซจากแหล่งปิโตรเลียมไปสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้า(Gas to Power) ในประเทศเมียนมาว่า บริษัทได้เสนอแผนดังกล่าวต่อรัฐบาลเมียนมาคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ เนื่องจากประเทศเมียนมายังมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามาก โดยบริษัทเตรียมจะเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซฯจากแหล่งซอติก้าอีก 60ล้านลูกบาศก์ฟุต/วันจากปัจจุบันที่ผลิตอยู่ 290 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และผลิตก๊าซฯจากแหล่งเอ็ม3 ที่อยู่ระหว่างสำรวจ เพื่อให้ได้ก๊าซรวม400ล้านลูกบาศกฟุต/วันมาป้อนโรงไฟฟ้าขนาด 600เมกะวัตต์ (MW)โดยกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จำหน่ายในเมียนมา

ทั้งนี้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด600 เมกะวัตต์ ทางปตท.สผ.จะไม่ลงทุนเองแต่จะให้บริษัทในกลุ่มปตท. คือ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC)ในฐานะเป็นFlagship ธุรกิจไฟฟ้าเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว

“การลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้า(Gas to Power) ในเมียนมา ขณะนี้ยังรอความชัดเจนการอนุมัติโครงการจากรัฐบาลเมียนมา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน” นายพงศธรกล่าว


นายพงศธร กล่าวถึงโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ที่ปตท.สผ.ถือสัดส่วน 8.5%ว่า จะมีการประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ หลังล่าช้าจากเดิมที่คาดว่าจะประกาศในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ในกรอบแผนงานเดิมที่กลุ่มผู้ร่วมลงทุนคาดการณ์ว่าจะ FID ภายในครึ่งแรกปีนี้ เนื่องจากยังต้องรอรัฐบาลของโมซัมบิกอนุมัติ

ปัจจุบันโครงการโมซัมบิกมีการทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ระยะยาวกับลูกค้าไปแล้วประมาณ 11 ล้านตันต่อปี โดยหากตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5 ปี ถึงจะทำการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตามแผนที่ตั้งไว้ ซึ่งเดิมปตท.มีแผนจะลงนามสัญญาระยะยาวซื้อก๊าซฯจากแหล่งดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีการลงนามสัญญาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ โครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญตามยุทธศาสตร์ของ ปตท.สผ. ซึ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนในพื้นที่ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง และมีต้นทุนต่ำ ปัจจุบันโครงการอยู่ในระหว่างการเตรียมพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ และก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งในระยะแรกประกอบด้วยโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว 2 สายการผลิต (train) กำลังการผลิตรวม 12.88 ล้านตันต่อปี เพื่อรองรับการพัฒนาแหล่งโกลฟินโญ-อาตุม (Golfinho-Atum) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งหนึ่งในโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้เข้าซื้อกิจการของ เมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ในประเทศมาเลเซีย โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 2,127 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัท จะเริ่มดำเนินการบริหารโครงการในเดือน ก.ค.นี้ หลังจากชำระเงินค่าหุ้นดังกล่าวเรียบร้อย ทำให้ปตท.สผ.รับรู้ปริมาณการขายปิโตรเลียมในครึ่งปีหลังนี้ ส่งผลให้บริษัทมีปริมาณการขายปิโตรเลียมปีนี้เพิ่มขึ้นจาก3.2แสนบาร์เรล/วันเป็น3.4แสนบาร์เรล/วัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...