xs
xsm
sm
md
lg

ซันสวีท ชู 3 คีย์ รุกข้าวโพดหวาน หวัง 2,000 ล้านปีนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ซันสวีท” ผู้ส่งออกข้าวโพดหวานรายใหญ่ของประเทศ รุกหนักตลาดข้าวโพดหวานปี 62 ตั้งเป้ายอดขายเติบโต มากกว่า 10% เร่งเพิ่มกำลังการผลิต บุกตลาดต่างประเทศและเพิ่มสินค้าใหม่รองรับตลาดในประเทศ

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพด หวานแปรรูปรายใหญ่ของประเทศ ภายใต้แบรนด์ “KC” เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจ จะมุ่งยกระดับการผลิตโดยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรให้มีความเหมาะสมกับปริมาณวัตถุดิบและออเดอร์ที่เข้ามา เพื่อให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าและรองรับลูกค้าใหม่ได้อย่างทั่วถึง โดยสายการผลิตข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง ได้เพิ่มเครื่องจักร Color sorter หรือเครื่องคัดแยกด้วยสีที่ผิวของวัตถุ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อคัดแยกวัสดุที่มีสีแตกต่างกันออกจากกัน โดยใช้การถ่ายภาพและวิเคราะห์ภาพถ่าย (Image processing) เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่เก็บไว้ ส่วนสายการผลิตข้าวโพดหวานบรรจุถุงสุญญากาศมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตด้วยเช่นกัน

เนื่องจากทางบริษัทฯ มีแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น มันหวาน,ข้าวโพดหวาน 2 สี วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ, ฟักทองญี่ปุ่นสำหรับตลาดต่างประเทศ และมีการเพิ่มข้าวโพดแช่แข็งแบบทั้งฝัก และแบบหั่นท่อน สำหรับลูกค้าร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เกตในต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานมีการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยการขายผ่านทางออนไลน์ และช่องทางอื่นๆ

โดยเฉพาะปีนี้จะรุกหลักตลาดข้าวโพดหวานอย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1. การรุกช่องทางค้าปลีกเพิ่มขึ้น โดยเน้นกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน 2. การขยายไลน์สินค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแช่เย็น และ 3. การสร้างนวัตกรรมอาหาร เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากภาพรวมของตลาดข้าวโพดหวานในปัจจุบันถือว่าความต้องการด้านอาหารของตลาดโลกยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดการส่งออกของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

“เรามีแผนในการหาลูกค้าใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการเพิ่มช่องค้าปลีกและเพิ่มสินค้าประเภทใหม่ จับกลุ่มวัยรุ่น และคนรักสุขภาพ รวมถึงกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน”

จากปัจจุบันบริษัทฯ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้แก่กลุ่มลูกค้าซึ่งกระจายอยู่มากกว่า 60 ประเทศ แบ่งเป็นลูกค้าเก่า 95% และลูกค้าใหม่ 5% ขณะนี้เริ่มมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ล่วงหน้ามากถึง 80% ทั้งนี้ การขยายตลาดมุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาดแบบขยายฐานลูกค้าเก่า ควบคู่กับการมองหาตลาดใหม่ โดยมีการวางแผนขยายตลาดเพิ่มในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง AEC เนื่องจากศักยภาพของตลาดที่มีความต้องการข้าวโพดหวานปริมาณมาก

ดร.องอาจกล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตมากกว่า 10% จากปีก่อนที่มียอดขาย 1,800 ล้านบาท หรือน่าจะทำได้ราว 2,000 ล้านบาท โดยในปี 2561 มูลค่าส่งออกไทยประมาณ 7,500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 12% และมูลค่าส่งออกทั่วโลกประมาณ 45,500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 15% ปัจจุบันยอดขายหลักมาจากต่างประเทศสัดส่วน 80% และอีก 20% มาจากในประเทศ ลูกค้าหลัก คือ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้วางเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนยอดขายในประเทศให้มากขึ้นจากเดิม 20% ให้เพิ่มเป็น 30% ภายในปีนี้ หลังจากบริษัทได้พยายามสร้างแบรนด์ KC มานาวกว่า 3 ปี และได้รับเสียงตอบรับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อว่ายอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้น โดยจะมีสินค้าใหม่เป็นมันหวาน วางจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่นด้วย

ส่วนตลาดส่งออกก็ยังคงเน้นไปที่กลุ่มลูกค้ารายเดิมเป็นหลัก และมองว่าสงครามการค้าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขาย แต่กลับส่งผลดี เพราะมองเป็นโอกาสที่จะทำให้บริษัทได้ลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับกรณี Brexit ที่อังกฤษจะออกจากอียู ที่มองว่าเป็นโอกาสเช่นกัน เนื่องจากอียูมีมาตรการป้องกันการค้า ถ้าประเทศอังกฤษออกมาจะทำให้การส่งออกไปยังประเทศอังกฤษดีขึ้น

“สงครามการค้าไม่ส่งผลเสียเลย ส่งผลดีด้วยซ้ำ สิ่งที่กระทบตอนนี้คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกมาก” นายองอาจกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...