xs
xsm
sm
md
lg

น้ำ สื่อสายสัมพันธ์เพื่อนบ้านอาเซียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บทบาทของ สทนช. มากกว่าแค่องค์กรกลางบริหารจัดการน้ำของประเทศ ผ่านการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานปฏิบัติเดิมเท่านั้นในหมู่ประเทศเพื่อนบ้านรั้วติดกัน ไม่ว่าพม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย สายสัมพันธ์ด้านอื่นมีหลากหลาย ทั้งการค้า การลงทุน การทหาร การวัฒนธรรม แต่น้ำระหว่างประเทศก็เป็นสื่อ สัมพันธ์อันหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้


ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เล่าประสบการณ์การทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย ตั้งแต่สมัยนั่งทำงานอยู่กรมชลประทาน เป็นการทำงานระดับเจ้าหน้าที่ จึงต้องประสาน ประชุม เตรียมงาน เตรียมวาระประชุมบ่อยครั้งในการแก้ไขปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือหรือปัญหาหลักหมุดแบ่งเส้นพรมแดนกลางแม่น้ำโกลกจากการเบี่ยงเส้นทางน้ำ


“เริ่มแรกแต่ละฝ่ายต่างสงวนท่าที คล้ายกับมีไต๋ที่ต้องอุบ หรือต้องรักษาผลประโยชน์ชาติให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อประชุมกันบ่อยขึ้น ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ข้ามกันไปข้ามกันมา ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน ความรู้สึกดีๆ ก็ตามมา จากที่ตกลงอะไรไม่ได้เลยก็เริ่มถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน เขาให้เราจุดนี้ เราก็ให้เขาคืนจุดนั้น ต่างคนต่างได้ประโยชน์ร่วมกันทำนองนั้น”


ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียเรื่องปัญหาน้ำจึงยังคงดำเนินต่อมาจนทุกวันนี้ ด้วยสายสัมพันธ์ที่ดีมาก จนเป็นตัวอย่างในความร่วมมือเรื่องการบริหารจัดการน้ำบริเวณชายแดน กลายเป็นความร่วมมือที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกันในระดับรัฐมนตรี


แนวทางของ สทนช.ต่อประเทศเพื่อนบ้านรั้วติดกันที่เหลือ ดูเหมือนจะเป็นไปในแนวทางนี้
กับประเทศพม่า มีแม่น้ำรวก แม่น้ำสาย เป็นพรมแดนคั่นระหว่างประเทศ ฝั่งไทยขาดแคลนน้ำ เกษตรกรเองจึงสร้างฝายชั่วคราวกั้น หนักเข้าคล้ายกึ่งถาวร ซึ่งไปสร้างผลกระทบน้ำหลากท่วมอีกฝั่ง


“ก็ต้องหาทางคุยกัน แสดงความจริงใจ และร่วมมือกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย” ดร.สมเกียรติกล่าว เช่นเดียวกับ กัมพูชา เพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกของไทย ปัญหาอยู่ในลุ่มน้ำพรมโหด บริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่ไหลลงไปท่วมฝั่งกัมพูชาที่อยู่ต่ำกว่า “ในฐานะที่เราเป็นประเทศต้นน้ำ ก็ต้องคำนึงว่าจะทำอย่างไรช่วยลดผลกระทบน้ำท่วมในแผ่นดินเขาที่อยู่ติดกันด้วย ถึงจะเป็นเรื่องธรรมชาติก็ตาม”


จึงเป็นที่มาของการประชุมเพื่อหารือเรื่องนี้ระหว่าง สทนช. กับหน่วยงานของกัมพูชา ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย เพื่อสนองตอบต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณชายแดนที่ต้องเดินหน้าไปด้วยกัน


ลาว ประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดทางวัฒนธรรมมากที่สุดตั้งแต่โบราณกระทั่งวันนี้ มีแม่น้ำโขงคั่นกลางเป็นพรมแดนธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นสองประเทศที่มีสะพานรถยนต์ รถบรรทุก ข้ามโขงไปมาระหว่างกันมากที่สุดในบรรดาหมู่ประเทศเพื่อนบ้านด้วยกัน เป็นสัญญาณว่าการค้าการลงทุนของสองประเทศเพิ่มเติมมากขึ้นอย่างชัดเจน


ในทางสถิติที่น่าสนใจ ลาวมีลำน้ำสาขาที่มีปลายทางเป็นแม่น้ำโขง โดยปริมาณน้ำเกือบ 40% ไหลลงแม่น้ำโขง ถือเป็นประเทศที่มีสัดส่วนของปริมาณน้ำที่ไหลลงแม่น้ำโขงมากที่สุดก็ว่าได้ จึงไม่แปลกที่ลาวจะใช้ประโยชน์จากลำน้ำสาขาหรือกระทั่งตัวแม่น้ำโขงก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวนมาก ตามนโยบายการพัฒนาประเทศให้เป็นแบตเตอรี่ของเอเชีย โดยมีไทยเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด


ภายใต้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) และภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lanchang Cooperation MLC) ที่ประเทศไทยเข้าไปร่วมขับเคลื่อนอย่างมีเป้าหมายเพิ่มความร่วมมือเริ่มบรรลุผลระดับหนึ่ง อย่างน้อยจีนจะรายงานข้อมูลน้ำโขงวันละ 2 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 เป็นต้นไป


เช่นเดียวกับลาวที่เริ่มใช้งานเขื่อนไชยะบุรีที่กั้นแม่น้ำโขงตอนล่าง ก็จะรายงานข้อมูลการบริหารจัดการน้ำให้ฝ่ายไทยทราบเช่นกัน โดยผ่านทางระบบสารสนเทศของคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย (TNMC-IS)


นอกจากนี้ ลาวยังได้ติดตั้งสถานีวัดน้ำเพิ่มเติมบริเวณรอยต่อกับจีน ซึ่งจะทำให้ไทยมีข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกด้วย สำหรับเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำโขง และใช้บริหารจัดการน้ำของเราเองอีกด้วย ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งภาพรวมข้างต้นเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า สายน้ำพรมแดนหรือสายน้ำระหว่างประเทศสามารถใช้เป็นสื่อในการเพิ่มความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะในอนาคตที่น้ำจะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงต้องการผู้มีวิสัยทัศน์มองถึงประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อภูมิภาครวมถึงประเทศไทย


สทนช. เริ่มต้นเสียแต่วันนี้ วันข้างหน้ามิตรภาพเหล่านี้จะงอกงามเป็นความร่วมมือในมิติที่นึกไม่ถึงก็เป็นได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...