xs
xsm
sm
md
lg

บริษัทตั้งใหม่ เม.ย. 5,944 ราย เพิ่ม 16% จับตาธุรกิจเกิดใหม่รอบกรุงเทพฯ รับรถไฟฟ้า ในอีอีซีรับลงทุนบูม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บริษัทตั้งใหม่เดือน เม.ย. 5,944 ราย เพิ่มขึ้น 16% ทุนจดทะเบียนรวม 1.5 หมื่นล้านบาท จับตาตั้งใหม่พื้นที่รอบกรุงเทพฯ ขยายตัวต่อเนื่องรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้า ส่วนในพื้นที่อีอีซีโตไม่แพ้กัน รับการลงทุนขยายตัว คาดแนวโน้มบริษัทตั้งใหม่ยังโตตามการลงทุนภาครัฐ อีอีซี และท่องเที่ยว

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในเดือน เม.ย. 2562 มีจำนวน 5,944 ราย เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. 2561 ที่มีจำนวน 5,120 ราย เพิ่มขึ้น 16% แต่เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 6,876 ราย ลดลง 14% โดยธุรกิจที่ตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรกยังคงเป็นธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคารและร้านอาหาร มีทุนจัดตั้งใหม่รวม 15,000 ล้านบาท ทำให้ยอดรวม 4 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-เม.ย.) มีจำนวน 26,694 ราย เพิ่มขึ้น 6% ส่วนทุนจดทะเบียนรวม มีมูลค่า 67,391 ล้านบาท ลดลง 31%

ทั้งนี้ พบว่าเดือน เม.ย. ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ในพื้นที่รอบๆ กรุงเทพฯ เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ มีการจดจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าและสถานีรถไฟฟ้า ขณะที่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ก็มีการจดตั้งธุรกิจใหม่ ทั้งการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันเพื่อรองรับการลงทุน

สำหรับธุรกิจเลิกกิจการในเดือน เม.ย. 2562 มีจำนวน 985 ราย เมื่อเทียบกับ เม.ย. 2561 ที่มีจำนวน 795 ราย เพิ่มขึ้น 24% เทียบกับ มี.ค. 2562 ที่มีจำนวน 1,075 ราย ลดลง 8% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และค้าสลาก มีทุนเลิกกิจการ 3,830 ล้านบาท ลดลง 51% ส่วนยอดรวมเลิกกิจการ 4 เดือน มีจำนวนรวม 4,273 ราย เพิ่มขึ้น 10% มีทุนจดทะเบียนเลิกรวม 13,825 ล้านบาท ลดลง 48%

ส่วนแนวโน้มการจดตั้งบริษัทใหม่ในเดือน พ.ค. 2562 คาดว่าจะดีขึ้น เนื่องจากธุรกิจจะมีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล ส่วนยอดรวมทั้งปีคาดว่าจะมียอดจัดตั้งใหม่ประมาณ 70,000 ราย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ และการดึงดูดการลงทุนในอีอีซี ภาคการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวได้ดี แต่ต้องจับตาความเสี่ยงจากปัญหาสงครามการค้า เศรษฐกิจโลก และความชัดเจนทางการเมือง


กำลังโหลดความคิดเห็น...