xs
xsm
sm
md
lg

“คณิศ” เร่งปิดดีลท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ชง ครม.เคาะ 28 พ.ค.พร้อมรถไฟความเร็วสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“คณิศ” แจงกรณีท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 รอเจรจาอีกรอบเพื่อให้ถึงที่สุดก่อนเกี่ยวกับผลตอบแทนการถมทะเล 1,000 ไร่มั่นใจเจรจาได้ข้อสรุปเสนอ กพอ. 27 พ.ค.นี้ก่อนชง ครม.อนุมัติ 28 พ.ค.พร้อมกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน



นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยในงานสัมมนา “GAME CHANGER เกมใหม่เปลี่ยนอนาคต” 43 ปีประชาชาติธุรกิจว่า ขณะนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้รับมอบหมายให้ทำการเจรจากับกลุ่มกิจการค้าร่วมกัลฟ์และพีทีที แทงค์ ที่ได้ผ่านการชนะประมูลเพื่อเข้าร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) มูลค่าโครงการ 55,400 ล้านบาทอีกรอบเกี่ยวกับผลตอบแทนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของการถมทะเล 1,000 ไร่จากนั้นจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานวันที่ 27 พ.ค.นี้ก่อนที่จะเสนอให้ครม.เห็นชอบในวันที่ 28 พ.ค.นี้พร้อมด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

“เรามีความตั้งใจที่จะให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 3 เข้า ครม.โดยเจรจาแล้วแสร็จและพร้อมร่างสัญญาวันที่ 28 พ.ค.นี้ เพื่อให้ 2 โครงการนี้จบก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่ ส่วนโครงการอื่นๆก็จะพยายามให้จบภายในเดือน มิ.ย. 62” นายคณิศ กล่าว

ทั้งนี้ ครม.เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านได้มอบหมายให้สกพอ กนอ.และคณะกรรมการคัดเลือกโครงการท่าเรือฯมาบตาพุดเจรจากับเอกชนให้ถึงที่สุดก่อนซึ่ง ครม.วันดังกล่าวได้การรายงานถึงความคืบหน้าการเจรจาในเรื่องของการถมทะเลเพื่อการพัฒนาโครงการที่ กนอ.มอบสิทธิให้เอกชนดำเนินการวงเงินลงทุนส่วนนี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และ กนอ.จะทยอยจ่ายคืนเงินให้เอกชนตลอดอายุสัญญา 30 ปี ปีละ 500 กว่าล้านบาท แต่เนื่องจากฐานคำนวณดอกเบี้ยที่ กนอ.คิดนั้น คำนึงถึงอัตราดอกเบี้ยของสำนักงบประมาณซึ่งเอกชนระบุว่าต่ำเกินไปซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินก็ยอมรับว่าดอกเบี้ยที่เหมาะสมควรอยู่ระดับ 5-6% แต่ได้มีการต่อรองที่จะคำนึงดอกเบี้ยเป็น 4.8% ทำให้กนอ.ต้องทะยอยจ่ายรัฐคืนวงเงิน 720 ล้านบาทต่อปีแทนจึงต้องเสนอครม.เห็นขอบในการปรับหลักการดังกล่าวก่อน

นายคณิศ กล่าวว่า โครงการอีอีซีโดยเฉพาะการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก 5 โครงการวงเงิน 6.5 แสนล้านบาท ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 3 ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) จะเห็นว่ารัฐได้เปิดประมูลก็พบว่าเป็นเอกชนไทยที่ไปจับมือกับต่างชาติมายืนประมูลทั้งสิ้นจึงชี้ให้เห็นว่าคนไทยมีศักยภาพและนี่คือ Game Changer อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ กรณีการเกิดสงครามการค้าที่สหรัฐฯไม่เพียงแต่จะทำกับจีนเท่านั้นอาจจะทำกับหลายประเทศต่อไป ทำให้เอเชียเริ่มเข้าสู่โหมดของความร่วมมือมากขึ้นโดยเฉพาะการที่จีนร่วมกับญี่ปุ่นที่จะลงทุนในประเทศที่ 3 และมองการลงทุนมาไทยยังพื้นที่อีอีซี หากการพัฒนาอีอีซีเห็นว่าเป็นสิ่งที่จะขับเคลื่อนให้ไทยมีการพัฒนาอนาคตก็เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ที่จะนำโมเดลดังกล่าวไปทำยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง
กำลังโหลดความคิดเห็น...