xs
xsm
sm
md
lg

“คณิศ” ลั่น 5 บิ๊กโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานอีอีซีจบ มิ.ย. คิวต่อไปดันอุตฯ เป้าหมาย-เมืองใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สกพอ.ลั่น 5 บิ๊กโปรเจกต์ 6.5 แสนล้านบาท อีอีซีมั่นใจเจรจรเอกชนในสัญญาร่วมทุนแล้วเสร็จทุกโครงการได้ภายใน มิ.ย.นี้ แต่ลงนามบางส่วนอาจต้องรอรัฐบาลใหม่ เตรียมปักหมุดผลักดัน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายและการพัฒนาเมืองใหม่ในอีอีซีคิวต่อไป ลั่นเก็บภาษีลาภลอยยังเป็นแค่แนวคิดต้องรอชัดเจนกฎหมาย



นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยถึงหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แบบบูรณาการ ว่าการดำเนินงานของ สกพอ.วางไว้ 4 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการออกกฎหมายและวางแผนทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เสร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 คือ การผลักดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการ (EEC Project List) ลงทุนรวม 6.5 แสนล้านบาท ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 3 ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 สนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก และศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) คาดว่าจะสามารถสรุปในร่างสัญญาเงื่อนไขการร่วมลงทุนกับรัฐทั้งหมดได้ภายในมิถุนายนนี้

“ขณะนี้ได้หารือกับอัยการในการเร่งดูสัญญาที่เหลือให้เร็ว แต่การลงนามในสัญญานั้นบางส่วนอาจจะต้องไปรอรัฐบาลหน้าก็ไม่เป็นไรเพราะถึงอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนี้อยู่แล้ว ส่วนแหลมฉบังที่มีเอกชนยื่นฟ้องศาลปกครองก็คงต้องดูไม่รับฟ้องก็เดินไปตามปกติ ถ้ารับฟ้องก็ต้องดูว่าเป็นประเด็นไหน แต่จะขอศาลฯ ให้ช่วยพิจารณาเร็วเพื่อไม่มีผลกระทบให้ล่าช้าได้ ส่วนสนามบินที่เขาฟ้องนั้นขอให้เอาข้อมูลมาทำงานก่อนถ้าศาลฯบอกอย่างนี้กระบวนการก็ทำได้ไม่ได้ยากอะไร เดือน มิ.ย.ก็น่าจะเสร็จแต่ก็คงต้องรอศาลฯ โดยการลงทุน 5 โครงสร้างพื้นฐานเม็ดเงินน่าจะทยอยเข้ามาช่วงปลายปีนี้และจะพีคสุดในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมาก” นายคณิศกล่าว

สำหรับการขับเคลื่อนในระยะที่ 3 จะเร่งรัดการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และเพิ่มเติมอีก 2 อุตสาหกรรม (10+2) ได้แก่ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมพัฒนาคนและการศึกษา เพื่อให้สอดรับกับกำลังแรงงานในอีอีซีภาพรวม โดยจะเน้นหนักในปีนี้และครึ่งปีหลัง และระยะที่ 4 เป็นการพัฒนาเมืองใหม่ที่ขณะนี้กำลังหารือในการวางผังเมืองที่จะอยู่บริเวณ 30 กิโลเมตร รอบสนามบินอู่ตะเภา ทั้งนี้ก็เพื่อให้การพัฒนามีรูปแบบที่ชัดเจนเป็นระเบียบไม่ให้เกิดปัญหาเช่นกรุงเทพมหานครโดยจะเริ่มในไตรมาส 4

นายคณิศกล่าวถึงการหารือครั้งนี้ว่า การทำงานนั้นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาหลายกลุ่มและแบ่งแยกงบประมาณเป็นหลายก้อน เช่น งบประมาณปกติ งบบูรณาการตามยุทธศาสตร์อีอีซี และงบท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ด้วย และที่สนใจคือการลงทุนของเอกชนและรัฐควรจะเดินไปพร้อมกันที่ประชุมจึงวางแผนที่จะทำอย่างไรให้การใช้งบประมาณหลายๆ ส่วนให้เห็นภาพด้วยกันเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน อย่าไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือถึงรายได้ที่จะเข้ามาพัฒนาท้องที่เพิ่มเติมในอนาคตซึ่งมีแนวคิดในเรื่องของการเก็บภาษีลาภลอย ซึ่งเป็นการเก็บจากของเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐโดยเฉพาะในส่วนของรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

“หลักการได้หารือกับคลังแต่ก็ยังเป็นแนวคิดและต้องมาดูว่าภาษีลาภลอยนี้จะเข้าไปท้องถิ่นอย่างไร และส่วนกลางเท่าใด มันยังต้องมีกระบวนการอีกมากและต้องไปดูร่าง พ.ร.บ.ภาษีลาภลอยด้วยเพราะขณะนี้ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)” นายคณิศกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...