xs
xsm
sm
md
lg

กทพ.ปิดบัญชีล้างหนี้ข้อพิพาททางด่วน บอร์ดเคาะต่อสัญญาอีก30ปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บอร์ดกทพ.อนุมัติต่อสัญญา ทางด่วน 30 ปี ล้างหนี้ข้อพิพาท ทุกคดีกับ BEMเร่งสรุปชงครม. เซ็นแก้ไขสัญญาสัมปทาน แจงเจรจาเงื่อนไขรัฐ ,กทพ.และประชาชนได้ประโยชน์ แบ่งรายได้ 60% กำหนด ปรับค่าผ่านทาง ทุก 10ปี เอกชนสร้างทาง2ชั้น และทางขึ้นลงแก้รถติด



นาย นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด กทพ.วันที่ 15 พ.ค. ว่า ที่ประชุมได้มีมติรับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการพิจารณา แนวทางดำเนินการคดีข้อพิพาทระหว่าง กทพ. กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยอนุมัติให้มีการต่อขยายสัญญาสัมปทานออกไป 30 ปี ได้แก่ โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วนA ,B ,C ) , ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D และ โครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (C บวก) โดย จะดำเนินการในขบวนการยกเลิกการฟ้องร้องคดีต่างๆ ระหว่างกันต่อไป

ทั้งนี้ ข้อพิพาททั้งหมด ระหว่างกทพ.และ BEM มีมูลค่าทั้งหมดประมาณ 1.3แสนล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย ซึ่งมี คดีที่ถึงที่สุด แล้วคือกรณีทางแข่งขัน มูลหนี้ค่าชดเชย 4.3 พันล้านบาท และยังมีข้อพิพาทที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก ซึ่งกรณีต่อสัญญาอีก 30 ปี จะทำให้ล้างหนี้ทั้งหมด ออกไป ส่วนกรณีที่พนักงานมีข้อห่วงใยว่าจะมีการบันทึกหนี้ในบัญชีนั้น จะเร่งหารือกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ให้ชัดเจนว่าจะไม่มีการบันทึกหนี้ซึ่งกันและกัน ซึ่งได้รับการยืนยันที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษาทางกฎหมาย ว่าทำได้

“การเจรจาครั้งนี้ บอร์ดเห็นว่าดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในสถานการณ์ปัจจุบันเพราะจะระงับปัญหาข้อพิพาททั้งหมด โดยจะไม่มีภาระหนี้สินต่อกัน และะทำให้กทพ.หมดภาระ สามารถรับรู้รายได้โดยปกติ และสามารถนำรายได้ที่เกิดขึ้นมาพัฒนาโครงการที่มีความจำเป็นตามภารกิจต่อไป”

โดย หลังจากนี้จะเร่งสรุป ผลการเจรจา เสนอต่อคณะกรรมการกำกับสัญญาตาม มาตรา43 แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุน ฯ 2556 และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป ซึ่งจะเห็นตามที่บอร์ด กทพ.เสนอหรือไม่อยู่ที่ครม. ซึ่งการเจรจาทั้งหมด บอร์ด ได้ทำหน้าที่ตามคำสั่งครม. ที่ให้ดำเนินการเจรจาระงับข้อพิพาท ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของประเทศ

ทั้งนี้ในเงื่อนไขการเจรจา และการขยายสัญญาออกไป 30 ปี ได้แก่ 1. จะไม่มีข้อพิพาทเรื่องกรณีทางแข่งขันเกิดขึ้นอีก 2. กำหนดการปรับค่าผ่านทางชัดเจน โดยปรับทุก10ปี ( ครั้งละ 10 บาท) 3. มีการปรับลดค่าผ่านทาง เช่น ด่านอาจณรงค์1 (ทางลงด่วนขั้นที่1). เพื่อระบายปริมาณจราจร 4.เอกชน จะต้องลงทุนก่อสร้างDouble Deck ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) และได้รับอนุมัติภายใน 2 ปี หากEIA ไม่ผ่าน ถือเป็นความเสี่ยงของเอกชน ซึ่งหากก่อสร้าง จะปรับลดการขยายอายุสัญญาทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วนA ,B, C ) จาก 30 ปี เหลือ 15 ปี 5. ก่อสร้างทางขึ้น-ลงเชื่อมเข้าศูนย์คมนาคมพหลโยธิน และสถานีกลางบางซื่อ
“จำเป็นต้องเร่งหาข้อยุติเพราะดอกเบี้ยเพิ่มทุกวัน โดยยืนยัน ว่าผลในการเจรจา นั้นกทพ.ยังได้ประโยชน์เท่าเดิม โดยได้ส่วนแบ่งรายได้ที่ 60-40 ,รัฐบาลไม่มีภาระหนี้สินกับภาคเอกชน จากข้อพพาท ,ทางเอกชนสามารถอยู่ได้ในระดับพอสมควร ,ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด สามารถใช้ทางด่วนได้สะดวกยิ่งขึ้น หวังว่า ครม.จะพิจารณาเพื่อให้กทพ.มีความคล่องตัว มีความสามารถในการดำเนินการ และไม่พึ่งพางบประมาณใการลงทุนโครงการใหม่”นายสุรงค์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตกทพ.จะปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ระบบการจัดเก็บค่าผ่านทาง อิเล็กทรอนิกส์ ผ่าน ระบบหักค่าผ่านทางจากบัญชี ,ระบบการออกใบเสร็จ , ทำโปรโมชั่นเพื่อให้มีผู้ใช้ทางผ่านระบบอิเลกทรอนิกส์มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน ระบบEasy Pass ยังมีข้อจำกัด เช่น บัตรติดกับตัวรถ ไม่สามารถออกใบเสร็จได้ จะปรับปรุงด้านการตลาด เพื่อเพิ่มความสะดวก ผู้ใช้ทางหันมาใช้ระบบ Easy pass เพราะจะทำให้รถผ่านด่านได้เร็วขึ้นจาก 10 วินาที/คันเหลือ 3 วินาที/คัน

นายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทำการแทนผู้ว่าฯ กทพ.กล่าวว่า หากครม.เห็นชอบจะมีการเซ็นสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม กับ BEM ใน 3 โครงการ โดยจะเป็นการต่ออายุ แต่ละสัญญา ได้แก่ ทางด่วนขั้นที่2(A,B,C )สัญญาเดิมสิ้นสุด เดือนมี.ค.2563 ขยายไปสิ้นสุดเดือนมี.ค.2593 2.ทางด่วนขั้นที่2 ส่วนต่อขยายส่วน D จากเดิมสิ้นสุดเดือนเม.ย. 2570 เป็นเดือนเม.ย.2600 และ3.ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด จากเดิมสิ้นสุดในเดือนก.ย.2569 เป็นสิ้นสุดเดือนก.ย.2599

ทั้งนี้ ในช่วงที่ สัญญาเดิม ยังไม่สิ้นสุด จะยังคงปฎิบัตาม ตามเงื่อนไขของสัญญาเดิม เช่น การปรับค่าผ่านทาง คำนวนตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) แต่จะไม่มีข้อพิพาทกรณีการปัดเศษเหมือนในอดีตอีกแล้ว

สำหรับพนักงานนั้น การเจรจาได้ยืนยันว่า ข้อสรุปใดๆ จะต้องไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของพนักงาน หากกระทบต้องพิจารณาใหม่ เช่น การเจรจาเงื่อนไขที่ส่งผลทำให้เงินเดือนหรือโบนัส ลดลง ซึ่งประเมินแล้ว เมื่อส่วนแบ่งรายได้ไม่น้อยกว่าเดิม ขณะที่จะมีการปรับปรุงสภาพทางด่วน ปริมาณรถใช้ทางจะเพิ่มขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...