xs
xsm
sm
md
lg

กนอ.โชว์ศักยภาพศูนย์ SMEs-ITC เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพแห่ใช้บริการกว่า 1,000 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กนอ.เผยความสำเร็จการให้บริการศูนย์ SMEs-ITC ทั่วประเทศ 13 แห่ง เอสเอ็มอี-สตาร์อัพแห่ใช้บริการกว่า 1,000 ราย ตื่นตัวขอรับคำปรึกษาทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ การต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาธุรกิจใหม่ อัปเกรดสู่การเป็นผู้ผลิตป้อนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า แผนการพัฒนาเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลุ่มสตาร์ทอัพ (Start Up) วิสาหกิจชุมชน ผ่านกลไกการให้บริการของศูนย์ SMEs Industry Transformation Center : SMEs-ITC โดย กนอ.เปิดให้บริการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 13 แห่งทั่วประเทศ พบว่ามียอดผู้เข้าใช้บริการสูงกว่า 1,000 รายนับตั้งแต่เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับธุรกิจของตนเอง โดยเฉพาะในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดต้นทุนในการผลิตที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ ตลอดจนการเป็นห่วงโซ่อุปทานของภาคการผลิตให้แก่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในนิคมฯ ได้อย่างมีมาตรฐาน

พื้นที่ที่ผู้ประกอบการเข้ารับบริการสูงสุดอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความต้องการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ SMEs-ITC ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร-เครื่องดื่ม อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรอินทรีย์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้า อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนโลหะ-พลาสติก เป็นต้น โดยในแต่ละกลุ่มได้ขอรับคำปรึกษาในด้านต่างๆ เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ การต่อยอดผลิตภัณฑ์ การขอคำปรึกษาเพื่อริเริ่มและพัฒนาธุรกิจ การขอคำปรึกษาธุรกิจจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ หรือบิ๊กบราเธอร์ (Big Brother) การขอคำปรึกษาด้านแหล่งเงินทุน การขอรับคำปรึกษาด้านการส่งออกต่างประเทศ ตลอดจนช่องทางการตลาดเพื่อเสริมแกร่งทางธุรกิจรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

สำหรับศูนย์ SMEs-ITC ทั้ง 13 แห่ง กนอ.เปิดให้บริการในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายการลงทุนที่มีศักยภาพของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั่วโลก ประกอบด้วย 1. นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จ.ชลบุรี 2. นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 จ.ชลบุรี 3. นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี จ.ฉะเชิงเทรา 4. นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 5. นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน 6. นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา 7. นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง 8. นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทรา 9. นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 10. นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 11. นิคมอุตสาหกรรมบางชัน กรุงเทพมหานคร 12. นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ 13. นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร


อย่างไรก็ตาม การให้บริการศูนย์ SMEs-ITC ในแต่ละพื้นที่ยังได้เปิดให้คำปรึกษาด้านการวางแผนและพัฒนาธุรกิจ โดยผ่านการถ่ายทอดจากบิ๊กบราเธอร์ (Big Brother) รวมถึงการบริหารจัดการทางการเงิน ด้วยการขอรับคำปรึกษาด้านแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินที่เป็นเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK) ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่สนใจนำเข้าและส่งออกยังได้เข้ามาใช้บริการขอรับคำปรึกษาด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อการนำเข้าวัตถุดิบ และช่องทางการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ เป็นการขยายโอกาสทางการตลาด และการหาแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย


นอกจากนั้น ศูนย์บริการดังกล่าวยังให้บริการด้านต่างๆ ทั้งการใช้เป็นศูนย์ฝึกอบรมเพื่อเป็นแหล่งเพิ่มองค์ความรู้ทั้งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการในพื้นที่ให้บริการที่ครบวงจร หรือ Co-Working Space ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพของไทยก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กำลังโหลดความคิดเห็น...